thansettakij
thansettakij
ป.ป.ช.ฟัน "สฤษฎ์พงษ์"อดีตส.สกระบี่เขต 3 ภท.ผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงปมที่ดินภบท 5

ป.ป.ช.ฟัน "สฤษฎ์พงษ์"อดีตส.สกระบี่เขต 3 ภท.ผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงปมที่ดินภบท 5

20 มี.ค. 69 | 02:39 น.
อัปเดตล่าสุด :20 มี.ค. 69 | 02:45 น.

ป.ป.ช.ฟัน "สฤษฎ์พงษ์"อดีตส.สกระบี่เขต 3 ภท.ผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีทำประโยชน์ที่ดินภบท 5 ในเขตปฏิรูปที่ดินจะ.กระบี่กว่า 578ไร่ โดยไม่มีคุณสมบัติที่จะครอบครอง

KEY

POINTS

  • ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง อดีต ส.ส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ฐานฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
  • กรณีถือครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ภ.บ.ท.5 เนื้อที่กว่า 578 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) จังหวัดกระบี่ โดยไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย
  • นายสฤษฎ์พงษ์ไม่เข้าหลักเกณฑ์การเป็นเกษตรกร แต่ยังคงครอบครองที่ดินเพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน และไม่ส่งมอบคืนให้ ส.ป.ก. เพื่อจัดสรรให้ผู้มีสิทธิ์
  • ป.ป.ช. จะเสนอเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัยความผิดตามขั้นตอนต่อไป

 

 

วันนี้ (20 มี.ค.) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. .มีมติชี้มูลความผิด นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม อย่างร้ายแรง กรณีถือครองเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ภ.บ.ท.5 ในท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยยูง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ประมาณ 578 - 3 - 95 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยไม่มีคุณสมบัติที่จะครอบครอง ได้ตามกฎหมาย

 

 

สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ได้ยึดถือครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ในท้องที่หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยยูง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ประมาณ 578 - 3 - 95 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขต ป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1,093 (พ.ศ. 2527) และเป็นที่ดินประเภทสาธารณะพรุช้างไหว้ โดยได้รับที่ดินดังกล่าวมาจากมารดาของคู่สมรสตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 ต่อมาเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2537 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินบริเวณดังกล่าวให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด กระบี่ ได้ออกประกาศให้เกษตรกรยื่นคำร้องขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน

โดยไม่ปรากฏว่า นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ได้ยื่นคำร้องขอเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) แต่อย่างใด จนกระทั่งนายสฤษฎ์พงษ์  ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่และเข้าปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 นายสฤษฎ์พงษ์  ก็ยังคงยึดถือครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว

โดยปลูกปาล์มน้ำมันและเก็บเกี่ยวผลผลิตจากปาล์มน้ำมัน เรื่อยมา และได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยแสดง รายการทรัพย์สินของตนและคู่สมรสเป็นที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 2 แปลง ๆ ละ 100 ไร่ ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง ที่มีการครอบครองที่ดินทั้งหมดรวมประมาณ 578 - 3 - 95 ไร่ การกระทำของนายสฤษฎ์พงษ์ ซึ่งยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ทั้งที่ตนมิใช่ผู้มีคุณสมบัติหรืออยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะมีสิทธิได้รับการ อนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ในเขตปฏิรูปที่ดิน

เนื่องจากไม่ได้เป็นเกษตรกรที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และมีรายได้ประจำจากเงินเดือนและค่าตอบแทนเพียงพอแก่การยังชีพอยู่แล้ว และยังเพิกเฉยไม่ส่งมอบพื้นที่ดังกล่าว คืนให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม โดยเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงมิให้ที่ดินที่ตนครอบครอง เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อนำไปจัดสรรให้กับเกษตรกรหรือผู้มีสิทธิตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย จึงเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเองและเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์การดำรง ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายสฤษฎ์พงษ์  เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่ง ในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กร อิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27 วรรคหนึ่งและวรรคสอง จึงให้เสนอเรื่องการกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามฐานความผิดดังกล่าว ต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 ต่อไป