thansettakij
thansettakij
4 ส.ส.ยื่น“คลัง”ดันซอฟต์โลน 40 ล้าน ดอกเบี้ยต่ำ ฟื้นเศรษฐกิจหาดใหญ่-สงขลา

4 ส.ส.ยื่น“คลัง”ดันซอฟต์โลน 40 ล้าน ดอกเบี้ยต่ำ ฟื้นเศรษฐกิจหาดใหญ่-สงขลา

11 มี.ค. 2569 | 05:48 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มี.ค. 2569 | 06:40 น.

4 ส.ส.สงขลา ภูมิใจไทย ยื่นหนังสือถึง รมว.คลัง ดัน ซอฟต์โลน จาก 1 ล้านบาท เป็น 40 ล้านต่อราย ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือนแรก ฟื้นเศรษฐกิจหาดใหญ่–สงขลา หลังน้ำท่วมใหญ่

KEY

POINTS

  • ส.ส. ภูมิใจไทย จ.สงขลา 4 คน ยื่นข้อเสนอต่อกระทรวงการคลัง ขอให้มีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจใน อ.หาดใหญ่ และ จ.สงขลา หลังประสบอุทกภัย
  • เสนอให้ปรับเพิ่มวงเงินสินเชื่อจากเดิมเป็นไม่เกินรายละ 40 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
  • เงื่อนไขสินเชื่อที่เสนอคือ ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือนแรก จากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.5% ต่อปี จนถึงปีที่ 5 ของสัญญา
  • เสนอให้ผ่อนปรนเงื่อนไขการเข้าถึงสินเชื่อ โดยให้องค์กรภาคเอกชนสามารถร่วมรับรองผู้ประกอบการที่มีประวัติในเครดิตบูโรได้

วันที่ 11 มีนาคม 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดสงขลา จาก พรรคภูมิใจไทย 4 คน ประกอบด้วย นายสรรเพชญ บุญญามณี ส.ส.สงขลา เขต 1 นายสมยศ พลายด้วง ส.ส.สงขลา เขต 3 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ส.ส.สงขลา เขต 6 และ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา เขต 7 ร่วมกันยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอแนวทางมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ และ จังหวัดสงขลา หลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568

นายสรรเพชญ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนและผู้ประกอบการในอำเภอหาดใหญ่ พบว่า ภัยน้ำท่วมครั้งที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน รวมถึงกิจการทางเศรษฐกิจของประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจท้องถิ่น ที่ได้รับผลกระทบต่อสภาพคล่องและการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจำนวนมากได้สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับความคืบหน้าของมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยเฉพาะมาตรการด้านการเงินที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถฟื้นตัว และกลับมาดำเนินกิจการได้อีกครั้ง เนื่องจากมาตรการที่ผ่านมาเน้นการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นหลัก ขณะที่มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการยังมีค่อนข้างจำกัด

ด้วยเหตุนี้ ส.ส.ทั้ง 4 คน จึงได้เสนอให้รัฐบาลพิจารณาออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเสนอให้ปรับเพิ่มวงเงินสินเชื่อ จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท เป็นไม่เกินรายละ 40 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับระดับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และตอบโจทย์การฟื้นฟูกิจการในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างหาดใหญ่

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการผ่อนปรนเงื่อนไขในการเข้าถึงสินเชื่อ โดยเปิดโอกาสให้องค์กรหรือสมาคมภาคเอกชนที่ผู้ประกอบการเป็นสมาชิก สามารถให้การรับรองอย่างน้อย 2 ราย เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ ในกรณีที่ผู้ประกอบการมีประวัติเครดิตทางการเงินในเครดิตบูโร ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ

สำหรับเงื่อนไขทางการเงินของโครงการสินเชื่อดังกล่าว ส.ส.สงขลาเสนอให้กำหนดวงเงินกู้ไม่เกินรายละ 40 ล้านบาท โดยกำหนดให้ปลอดดอกเบี้ยในช่วง 6 เดือนแรก เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินในระยะเริ่มต้นของการฟื้นฟูกิจการ จากนั้นตั้งแต่เดือนที่ 6 จนถึงปีที่ 5 ของสัญญาเงินกู้ ให้ใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 1.5 ต่อปี ซึ่งถือเป็นอัตราดอกเบี้ยต่ำ ที่เหมาะสมต่อการช่วยพยุงธุรกิจให้สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ส.ส.พรรคภูมิใจไทยยังได้เสนอให้รัฐบาลเร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยา แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวมถึงเงินช่วยเหลือสำหรับการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อลดภาระของประชาชนและช่วยให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

นอกจากนี้ ยังเสนอให้พิจารณาขยายระยะเวลาในการสำรวจความเสียหายให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง และป้องกันไม่ให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายตกหล่นจากมาตรการของภาครัฐ

                        4 ส.ส.ยื่น“คลัง”ดันซอฟต์โลน 40 ล้าน ดอกเบี้ยต่ำ ฟื้นเศรษฐกิจหาดใหญ่-สงขลา    4 ส.ส.ยื่น“คลัง”ดันซอฟต์โลน 40 ล้าน ดอกเบี้ยต่ำ ฟื้นเศรษฐกิจหาดใหญ่-สงขลา

นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ภาคเอกชนในจังหวัดสงขลากำลังเตรียมจัดการประชุมร่วมกัน เพื่อรวบรวมข้อเสนอและแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ ก่อนนำเสนอข้อเสนอดังกล่าวต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยตนพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานและผลักดันข้อเสนอจากภาคประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่ให้รัฐบาลนำไปพิจารณา เพื่อให้มาตรการช่วยเหลือสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง