thansettakij
thansettakij
ล็อกสูตร “อนุทิน 2” ตั้งรัฐบาล 292 เสียง ปิดประตู กล้าธรรม-ปชป.

ล็อกสูตร “อนุทิน 2” ตั้งรัฐบาล 292 เสียง ปิดประตู กล้าธรรม-ปชป.

08 มี.ค. 2569 | 11:19 น.
อัปเดตล่าสุด :08 มี.ค. 2569 | 11:40 น.

ปิดดีลรัฐบาล 292 เสียง “อนุทิน 2” ภูมิใจไทยคุม 14 กระทรวง 26 เก้าอี้รัฐมนตรี ไร้ชื่อพรรคกล้าธรรม–ประชาธิปัตย์–ไทรวมพลัง “โสภณ ซารัมย์”นั่งประธานสภาฯ

KEY

POINTS

  • รัฐบาลใหม่ "อนุทิน 2" เตรียมจัดตั้งด้วยเสียงสนับสนุน 292 เสียง นำโดย พรรคภูมิใจไทย (192 เสียง) ร่วมกับ พรรคเพื่อไทย และพรรคอื่นๆ
  • สูตรการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ จะไม่นำพรรคกล้าธรรม และ พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล
  • พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจะได้โควตารัฐมนตรีมากที่สุด 26 ตำแหน่ง ใน 14 กระทรวง โดย นายอนุทิน จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

วันที่ 8 มีนาคม 2569 ภายในงานสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมี สส.ของพรรคเข้าร่วมจำนวน 192 คน ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคได้รวบรวมรายชื่อบุคคลที่มีความเหมาะสมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พิจารณาคัดเลือก

รายชื่อที่เสนอมีจำนวนมากกว่าเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อเปิดทางให้หัวหน้าพรรคตัดสินใจ ก่อนส่งรายชื่อไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ ผ่านกระบวนการตรวจสอบจาก 9 หน่วยงานตามขั้นตอน

แหล่งข่าวจากการประชุมเปิดเผยว่า สูตรรัฐบาลใหม่มีเสียงสนับสนุนรวม 292 เสียง ประกอบด้วย

พรรคภูมิใจไทย  192 เสียง

พรรคเพื่อไทย    74 เสียง

พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง

พรรคประชาชาติ 5 เสียง 

กลุ่มพรรคขนาดเล็ก รวม 16 เสียง

โดยไม่มี พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคไทรวมพลัง เข้าร่วมรัฐบาล

ภท.คุม 14 กระทรวง 26 เก้าอี้รัฐมนตรี

ตามโครงสร้างรัฐบาลใหม่ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) จะได้โควตารัฐมนตรีมากที่สุด 26 ตำแหน่ง ครอบคลุม 14 กระทรวง ได้แก่

กระทรวงมหาดไทย

กระทรวงกลาโหม

กระทรวงคมนาคม

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

กระทรวงอุตสาหกรรม

กระทรวงการต่างประเทศ

กระทรวงการคลัง

กระทรวงพาณิชย์

กระทรวงพลังงาน

กระทรวงยุติธรรม

กระทรวงวัฒนธรรม

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กลุ่มโควตาของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี

กลุ่มบ้านใหญ่–แกนนำการเมืองร่วม ครม.

รายชื่อบุคคลในกลุ่มบ้านใหญ่และแกนนำการเมืองที่ถูกเสนอชื่อ ได้แก่

ทรงศักดิ์ ทองศรี

พิพัฒน์ รัชกิจประการ

ไชยชนก ชิดชอบ

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์

ภราดร ปริศนานันทกุล

สุชาติ ชมกลิ่น

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์

วราวุธ ศิลปอาชา

ศุภมาส อิศรภักดี

นภินทร ศรีสรรพางค์

พัฒนา พร้อมพัฒน์

ขณะเดียวกัน กลุ่ม สส. “เลือดแท้ภูมิใจไทย” ที่ทำงานกับพรรคมายาวนาน ก็มีรายชื่อถูกเสนอเข้าสู่โผ ครม. เช่น

เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ

บุณย์ธิดา สมชัย

วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์

ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์

สุขสมรวย วันทนียกุล

“โสภณ ซารัมย์” นั่งประธานสภาฯ

ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรมีความชัดเจนแล้ว โดยจะเป็นของ นยโสภณ ซารัมย์

ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 1 เป็นโควตาของ พรรคภูมิใจไทย แต่เปิดให้ สส.ภาคใต้ของพรรคหารือกันเพื่อเสนอชื่อ

เพื่อไทยได้ 8 คน 9 ตำแหน่ง

ด้าน พรรคเพื่อไทย จะได้รับโควตา 8 คน 9 ตำแหน่ง (รวมรองนายกรัฐมนตรี) โดยมีรัฐมนตรีว่าการ 5 กระทรวง และรัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่ง ได้แก่

รองนายกรัฐมนตรี ควบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กระทรวงศึกษาธิการ

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กระทรวงแรงงาน

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

พร้อมโควตารัฐมนตรีช่วยอีก 3 ตำแหน่ง และตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2

ทั้งนี้ พรรคแกนนำไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็น “คนรุ่นใหม่” หรือ “คนรุ่นเก่า” แต่กำชับให้คุณสมบัติไม่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

พลังประชารัฐได้ 1 เก้าอี้

สำหรับ พรรคพลังประชารัฐ ได้โควตาเพียง 1 ตำแหน่งรัฐมนตรี โดยปรากฏชื่อ ตรีนุช เทียนทอง

ขณะที่พรรคขนาดเล็กที่มี สส. 1-2 เสียง จะไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากแกนนำรัฐบาลต้องการหลีกเลี่ยงการต่อรองทางการเมืองหรือการตั้ง “มุ้งการเมือง” เพิ่มเติม

เก้าอี้กลาโหมยังรอเคาะ

แหล่งข่าวระบุว่า ตำแหน่งสำคัญที่ยังไม่ได้ข้อสรุปคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งอาจถูกตัดสินใจในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ โผคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือ “ครม.อนุทิน 2” จะแล้วเสร็จทันทีหลังจากรัฐสภามีมติเลือก อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

โดยแนวทางจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ พรรคแกนนำต้องการวางบุคคลให้เหมาะสมกับภารกิจของแต่ละกระทรวง เพื่อให้การบริหารงานของรัฐบาลทำงานสอดประสานกันมากขึ้น และขับเคลื่อนนโยบายภายใต้การกำกับของนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นเอกภาพ