
ด่วน! กกต.ประกาศรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ พรุ่งนี้ ไม่หวั่นถูกฟ้อง
ประธาน กกต.เผยเตรียมประกาศรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ 4 มี.ค. ย้ำทำหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่กังวลถูกฟ้องร้อง ด้าน สส.ใหม่ทยอยรับหนังสือรับรองต่อเนื่อง
KEY
POINTS
- กกต. จะประกาศรับรองผล สส. แบบบัญชีรายชื่อได้ภายในวันพุธที่ 4 มีนาคมนี้
- ประธาน กกต. ยืนยันว่าไม่กังวลต่อกรณีที่มีผู้ยื่นฟ้องร้องการจัดการเลือกตั้ง
- กกต. ชี้แจงว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างครบถ้วน และพร้อมต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม
วันที่ 3 มีนาคม 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการประกาศรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ ว่า คาดว่าจะสามารถประกาศรับรองได้ภายในวันพุธที่ 4 มีนาคมนี้
ส่วนการรับหนังสือรับของ สส.จะไม่มีการขยายกรอบเวลาการเข้ารับหนังสือรับรอง ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 6 มีนาคม ตามที่กฎหมายกำหนด
ส่วนกรณีมีผู้ยื่นฟ้องร้องการจัดการเลือกตั้งต่อ กกต.นั้น ประธาน กกต.ระบุว่า ไม่ได้มีความกังวลใจ เพราะถือว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างครบถ้วน พร้อมย้ำว่า การฟ้องร้องเป็นสิทธิของผู้ร้อง และ กกต.ก็พร้อมต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม
“เราได้ทำหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่มีอะไรต้องกังวล” ประธาน กกต.กล่าวทิ้งท้าย
ส่วนบรรยากาศที่สำนักงาน กกต. ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก หลังเปิดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่ได้รับการรับรอง เดินทางเข้ารับหนังสือรับรองอย่างเป็นทางการ โดยมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกตามขั้นตอน
สส.รายแรกที่เดินทางมาถึงคือ นายวรายุทธ จงอักษร สส.เขต 2 จังหวัดยโสธร พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็น สส.สมัยแรก โดยให้สัมภาษณ์ว่า พรรคภูมิใจไทยนัดหมายให้ สส.เขตรายงานตัวพร้อมกันในวันที่ 5 มีนาคมนี้ แต่เนื่องจากครอบครัวอยู่ในช่วงงานขาวดำหลังมารดาเสียชีวิต จึงเดินทางมารับหนังสือรับรองล่วงหน้า ส่วนกำหนดการไปรายงานตัวจะพิจารณาตามความเหมาะสมอีกครั้ง
นายวรายุทธ กล่าวด้วยความภูมิใจว่า การได้รับเลือกตั้งเป็น สส.สมัยแรกถือเป็นความตั้งใจที่อยากเข้ามาทำหน้าที่เพื่อพัฒนาจังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นจังหวัดทางผ่านและประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่ยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร
“เมื่อได้มายืนอยู่จุดนี้ ก็อยากเห็นบ้านเราเติบโตมากกว่านี้” นายวรายุทธกล่าว
นายวรายุทธ สะท้อนภาพรวมสถานการณ์โลกที่มีทั้งความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเหตุการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงสงครามการค้า ซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อภาคเกษตรของไทย ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนน้ำมันและปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
“รัฐบาลและผู้แทนราษฎรจำเป็นต้องร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง และยางพารา ซึ่งเป็นรายได้หลักของประชาชนในหลายพื้นที่ ถ้าเกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาสูงขึ้น คุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้นตามไปด้วย” นายวรายุทธ กล่าว
ต่อมา นายพิษณุ พลธี สส.เขต 7 จังหวัดปทุมธานี และนายนพ ชีวานันท์ สส.เขต 2 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้ารับหนังสือรับรองเพิ่มเติม






