
'อรรถกร' ยัน 'กล้าธรรม' ลงเรือลำเดียวกันพร้อมทำหน้าที่ทุกบทบาท
'อรรถกร' เผย 57 สส.กล้าธรรม เตรียมตบเท้าเข้าสภา ยัน 'กล้าธรรม' ลงเรือลำเดียวกันพร้อมทำหน้าที่ทุกบทบาท เมินกระแสข่าวลือดีลการเมือง ลั่น ให้กาลเวลาพิสูจน์ความจริง
KEY
POINTS
- นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ยืนยันพรรคกล้าธรรมมีความพร้อมในการทำงานทุกบทบาท ไม่ว่าจะร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน โดยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี
- ปฏิเสธกระแสข่าวเรื่อง "งูเห่า" หรือ "งูเขียว" ภายในพรรค โดยย้ำว่าทุกคนมีความเป็นเอกภาพและ "ลงเรือลำเดียวกันแล้ว"
- ระบุว่าพรรคกล้าธรรมมีจุดยืนที่ชัดเจน หากต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้านก็จะยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก และไม่จำเป็นต้องเดินตามพรรคอื่น
26 กุมภาพันธ์ 2569 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะ สส.ฉะเชิงเทรา เดินทางเข้ามารับหนังสือรับรองจาก กกต. เปิดเผยว่า เดินทางมารับเอกสารเพื่อที่จะนำไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่รัฐสภาต่อไปซึ่งวันนี้หลังจากเสร็จสิ้นจากภารกิจการประชุมของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้วมีเวลาในช่วงเที่ยงจึงเดินทางมารับเอกสารเพื่อเตรียมความพร้อมและจะเดินทางไปที่รัฐสภาพร้อม ๆ กับเพื่อนว่าที่ สส. อีกทั้งหมด 57 รายเพราะอยากจะมาพร้อมกันเพื่อความอบอุ่น ขอยืนยันว่า เราในฐานะที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนมีความพร้อมในการทำงานในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือตำแหน่งอื่น ๆ ต่อไปที่จะสามารถทำประโยชน์ให้กับพื้นที่และสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศได้
ถามถึงความชัดเจนของพรรคกล้าธรรมว่า จะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลนั้น นายอรรถกร ระบุว่า ขึ้นอยู่กับท่านนายกฯ ซึ่งในส่วนของพรรคผมยืนยันมาตลอดตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง หรือแม้แต่หลังเลือกตั้งก็ตาม จำได้ว่าวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากการประชุม ครม. ผมก็ยืนยันว่า เรามีความเชื่อมั่นว่า เรามีศักยภาพ เรามีบุคลากรที่มีความพร้อมและพร้อมที่จะทำในทุกหน้าที่ที่สามารถขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้
ถามถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส ได้มีการพูดคุยกับลูกพรรคหรือไม่เกี่ยวกับเรื่องดีลร่วมรัฐบาล นายอรรถกร ระบุว่า ทุกท่านให้กำลังใจ ท่านบอกว่า เราอยู่ในครอบครัวเดียวกัน ณ วันนี้เราต้องภูมิใจที่ถึงแม้จะมีหลายพรรคการเมืองรุมโจมตีเราซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องจริงในช่วงก่อนเลือกตั้งและเราก็พิสูจน์มาแล้วถึงแม้จะถูกโจมตีมากขนาดไหนก็ตาม เราได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนมาทั้งหมดที่เป็นเขตเลือกตั้งก็ 56 เขต ซึ่งถือว่า เป็นก้าวที่มีความสำคัญและยืนยันถึงความพร้อมของพรรคกล้าธรรมที่จะเดินต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ส่วนกรณีที่โผ ครม.ล่าสุดไม่มีชื่อของพรรคกล้าธรรมนั้น นายอรรถกร ระบุว่า ตนเองไม่ทราบในเรื่องนี้โดยทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกพรรคต่อไปและตอนนี้ส่วนตัวก็ยังทำหน้าที่ นอกจากเตรียมตัวไปแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะเขต 2 ทั้ง 5 อำเภอแล้วก็ยังมีภารกิจที่ต้องขับเคลื่อนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพราะยังมีหลายเรื่องที่ค้างคาอยู่ ส่วนในเรื่องของการเจรจาเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ท่านประธานที่ปรึกษาและท่านหัวหน้าพรรค นายอรรถกร ระบุ
ต่อข้อซักถามที่ว่า ถ้าสมควรต้องเป็นฝ่ายค้านจะทำงานร่วมกับพรรคประชาชนได้หรือไม่นั้น นายอรรถกร ระบุว่า พรรคกล้าธรรมมีคาแรคเตอร์ (Character) และมีจุดยืนพอสมควร อย่างไรก็ดี ขณะนี้อย่าเพิ่งคิดถึงเรื่องนี้เลยเพราะตอนนี้ยังไม่ได้เป็นฝ่ายค้านแต่มีจุดยืนของเราอยู่แล้ว อะไรที่คิดว่า เกิดประโยชน์ต่อประเทศเราก็ทำ เราไม่จำเป็นต้องตามใคร เรายืนยันว่าจะเดินไปด้วยกัน
สำหรับกระแสข่าวเรื่อง "งูเขียว" ภายในพรรคนั้นได้ยินก็จากข่าวที่ออกมาจากสื่อมวลชนเท่านั้น ก่อนกล่าวติดตลกว่า ถ้ามีก็ช่วยแจ้งเบาะแสด้วย พร้อมให้ความเห็นกรณีที่พรรคเพื่อไทยยื่นคัดค้านผลการเลือกตั้งในจังหวัดฉะเชิงเทรานั้น เป็นส่วนของพรรคเพื่อไทย แต่ยืนยันว่า วันนี้พรรคกล้าธรรมได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนจังหวัดฉะเชิงเทรา 3 เขต ซึ่งแต่ละเขตก็มีคะแนน 40,000 ปลาย ๆ ซึ่งถ้าพูดก่อนการเลือกตั้งแล้วว่า เราลงสนามด้วยความพร้อม และผลงานต่าง ๆ ที่ทำมา และการเข้าถึงพื้นที่และพี่น้องประชาชนในการแก้ปัญหาอย่างตรงไปตรงมากับพี่น้องประชาชน และเชื่อว่าพรรคเราก็มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนกับประชาชน ทั้งในส่วนของพรรคและตัวผู้สมัครเองที่จะเข้าไปโน้มน้าวพี่น้องประชาชนให้เชื่อมั่นว่าเราสามารถที่แก้ปัญหาและเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนได้
ส่วนที่มีกระแสว่าพรรคกล้าธรรม หากเป็นฝ่ายค้านจะหักดิบเสนอชื่อพรรคประชาชนเป็นนายกรัฐมนตรีแข่งนั้น นายอรรถกร ระบุว่า ไม่เคยได้ยินมาก่อนตอนนี้ข่าวลือเยอะ ข่าวจริงก็มี ขอให้กาลเวลาพิสูจน์จะอยู่ตรงไหน เชื่อว่า เราสามารถทำงานได้ ยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมไม่มีงูเห่า เพราะลงเรือลำเดียวกันแล้ว ก่อนระบุว่า ไม่ขอพูดถึงปฏิบัติการตีงูเห่าเนื่องจากตอนนี้ยังไม่เกิดขึ้นและถ้ามีจริง ๆ ขอให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน
ส่วนโควตารัฐมนตรีของกระทรวงเกษตรฯ ที่อาจจะไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่สมัย ร.อ.ธรรมนัส งานต่าง ๆ ของกระทรวงทำมาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่า ผู้ที่จะมานั่ง คงไม่ง่าย ถ้าสานต่องานต่าง ๆ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างแน่นอน ขณะที่ดีลร่วมรัฐบาล ตนเองไม่ได้อยู่ในกระบวนการเจรจาจึงไม่ทราบ






