
"อภิสิทธิ์" ลั่น! ประชาธิปัตย์ พร้อมเป็นฝ่ายค้าน คาดกวาด สส. 20 ที่นั่ง ชูธงทำหน้าที่สุจริต
"อภิสิทธิ์" ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ปลื้มบัญชีรายชื่อพุ่ง ย้ำเงื่อนไขร่วมรัฐบาลต้องไร้คอร์รัปชัน-ทุนเทา ลั่นพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เป็นหูเป็นตาปกป้องผลประโยชน์ประชาชน
KEY
POINTS
- นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
- ผลคะแนนเบื้องต้นคาดว่าพรรคจะได้ สส. รวมประมาณ 20 ที่นั่ง จาก สส. เขตและบัญชีรายชื่อ
- พรรคฯ ยืนยันจะทำหน้าที่ในสภาอย่างเข้มข้น โดยชูประเด็นการต่อสู้เพื่อบ้านเมืองที่สุจริตและตรวจสอบการทุจริต
- การเข้าร่วมรัฐบาลมีเงื่อนไขชัดเจนว่าจะต้องไม่มีผู้เกี่ยวข้องกับทุนสีเทาและการคอร์รัปชัน
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลาประมาณ 20.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศที่พรรคประชาธิปัตย์เต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปรากฏตัวพร้อมแถลงข่าวร่วมกับสมาชิกพรรคที่มารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง หลังการนับคะแนนเสียงในเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการ
ผลปรากฏว่าการนับคะแนนเลือกตั้ง 2569 เวลา 20.20 น. พรรคประขาธิปัตย์ มีคะแนนมาเป็นอันดับที่ 5 ได้ สส.เขต 10 ที่นั่ง และ สส.บัญชีรายชื่อ 9 ที่นั่ง รวมเป็น 19 ที่นั่ง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในนามของพรรคประชาธิปัตย์ขอขอบคุณคะแนนเสียงจากประชาชน แม้ขณะนี้การนับผลคะแนนยังไม่เป็นทางการ แต่ก็พอจะเห็นภาพคร่าวๆ ในส่วนของคะแนนพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้มีการหารือกันในพรรค โดยเป็นไปตามที่คาดการณ์ แต่สิ่งที่มั่นใจ คือ การเพิ่มคะแนนส่วนบัญชีรายชื่อหลายเท่าตัว
“ยกตัวอย่างเช่น ในภาคใต้ทุกจังหวัด หรือแม้แต่พื้นที่จังหวัดสุโขทัย สส. บัญชีรายชื่อพรรคก็มาเป็นอันดับที่หนึ่ง แม้ว่าตอนนี้ยังไม่ได้มีความชัดเจนทั้งหมด แต่คิดว่าได้เพิ่มมาจากอดีต สส. ที่มีอยู่ และคาดว่าเมื่อรวมคะแนนในหลายพื้นที่ จะมีที่นั่งเพิ่มขึ้น โดยจากการติดตามการประเมินของสื่อคาดว่าจำนวนที่นั่งจะอยู่ที่ 20 ที่นั่ง และเราพร้อมจะทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร“
นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้สมัครในพรรคฯ โดยเฉพาะพื้นที่ กทม. ทุกคนมีกำลังใจดี และมีความพร้อมที่จะเดินหน้าทำงาน ด้วยความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ได้ทำในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น แน่นอนว่า สิ่งที่จะทำหน้าที่ในสภาฯ สิ่งที่ได้กล่าวให้กับประชาชน คือ จะร่วมกันต่อสู้เรื่องบ้านเมืองสุจริต ดังนั้น จะทำหน้าที่ในสภาฯ อย่างเข้มข้น เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ามีคนเป็นหูเป็นตา และเป็นปากเสียงแทน
ส่วนการตั้งรัฐบาลก็เหมือนกับที่เคยบอกพี่น้องประชาชน ว่าต้องมีเงื่อนไขตามที่เคยกล่าวเอาไว้ การดำเนินการกับผู้ที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องที่เป็นอุปสรรคต่อการปราบปรามเรื่องของทุนเทา เรื่องของคอรัปชั่น สิ่งเหล่านี้ต้องไม่มีโดยเด็ดขาด ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นรัฐบาลก็ต่อเมื่อมีสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สามารถทำได้ตามเงื่อนไขที่ประกาศให้ประชาชนได้รับรู้
“พรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อจากฝ่ายใดและยังไม่ได้มีปัญหากับใคร และประชาธิปัตย์ก็พร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในสภา เพราะสิ่งที่เราทำได้ด้วยเสียงแบบนี้ ก็ช่วยเป็นตาให้กับพี่น้องประชาชนได้ เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่บนความถูกต้อง จริงๆ ผมก็บอกแล้วว่าผมพร้อมจะเป็นฝ่ายค้าน เราสามารถทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านได้และพร้อมที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน”






