

KEY
POINTS
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงถึงกรณีการจัดการเลือกตั้งที่จังหวัดน่าน ซึ่งพบว่ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ฉีกบัตรลงคะแนนผิดพลาดจำนวน 69 ใบ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการฉีกบัตรบริเวณด้านหลัง ส่งผลกระทบต่อหมายเลขผู้สมัคร
ว่าที่ร้อยตรีภาสกรชี้แจงว่า ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องดำเนินกระบวนการลงคะแนนต่อไปจนเสร็จสิ้นตามกำหนดเวลา โดยยังไม่มีคำสั่งให้งดการออกเสียงกลางคัน อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการนับคะแนน หากพบบัตรเลือกตั้งที่มีลักษณะผิดปกติจากกรณีดังกล่าว กปน.ประจำหน่วยจะต้องประกาศงดการนับคะแนนของหน่วยนั้นทันที และรายงานเหตุการณ์ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต เพื่อเสนอเรื่องพร้อมพยานหลักฐานให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วนกลางพิจารณา
ทั้งนี้ กกต.กลางจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาว่าจะมีคำสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ในหน่วยดังกล่าวหรือไม่ เพื่อให้กระบวนการเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
เมื่อถูกถามว่ากรณีนี้จะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งหน่วยหรือไม่ ว่าที่ร้อยตรีภาสกรระบุว่า ต้องรอเข้าสู่กระบวนการนับคะแนนและรวบรวมหลักฐานข้อเท็จจริงก่อน จึงจะมีคำวินิจฉัยสั่งการได้
ส่วนข้อสงสัยว่าทำไมจึงไม่สั่งงดการออกเสียงทันทีหลังเกิดเหตุ กรรมการการเลือกตั้งอธิบายว่า การดำเนินการต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งกำหนดให้ตรวจสอบในชั้นการนับคะแนนก่อน เนื่องจากบัตรที่มีปัญหาบางส่วนได้ถูกนำลงหีบบัตรไปแล้ว จึงจำเป็นต้องรอเปิดหีบเพื่อตรวจสอบในกระบวนการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ
ว่าที่ร้อยตรีภาสกรยังกล่าวด้วยว่า ไม่เพียงแต่ประชาชนที่ทำบัตรเสียโดยเจตนาจะมีความผิดตามกฎหมายเท่านั้น แต่หาก กปน. กระทำการใดจนทำให้บัตรเลือกตั้งเสียหาย ก็เข้าข่ายความผิดเช่นกัน โดยในกรณีจังหวัดน่าน สำนักงาน กกต.ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อผู้เกี่ยวข้องแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นในหลายพื้นที่ที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ ได้แก่
จังหวัดหนองบัวลำภู กรณีมีการติดตั้งป้ายไวนิลข้อมูลผู้สมัครของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยสลับกัน โดยตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่ป้ายหน้าหน่วยเลือกตั้ง แต่เป็นป้ายแสดงผลรวมคะแนน ซึ่งทางจังหวัดได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว
กรณีผู้มีสิทธิ์ร้องเรียนการใช้สิทธิ์ประชามตินอกเขต โดยอ้างว่าถูกส่งต่อระหว่างจังหวัดขอนแก่นกับเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร จนไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ ว่าที่ร้อยตรีภาสกรระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้มีสิทธิ์รายดังกล่าวต้องไปใช้สิทธิ์ ณ หน่วยเลือกตั้งตามภูมิลำเนาที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ซึ่งยังมีเวลาเดินทางไปใช้สิทธิ์ได้ หากไม่สามารถไปใช้สิทธิ์ได้ต้องแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ์ตามขั้นตอน
จังหวัดพะเยา มีรายงานว่าพบ กปน. แอบหย่อนบัตรเลือกตั้งจำนวน 7 ใบลงในหีบบัตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง
กรรมการการเลือกตั้งยืนยันว่า กกต.จะดำเนินการตรวจสอบทุกกรณีอย่างรอบคอบ และหากพบการกระทำผิดไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อรักษาความสุจริต โปร่งใส และความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติในครั้งนี้