thansettakij
แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ 2569 ต้องทำอย่างไร

แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ 2569 ต้องทำอย่างไร

06 ก.พ. 2569 | 07:10 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.พ. 2569 | 07:35 น.

วิธีการแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง -การออกเสียงประชามติ 2569 เช็กเลยต้องทำผ่านช่องทางไหน ทำทางออนไลน์ได้หรือไม่

KEY

POINTS

  • ผู้ที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ต้องแจ้งเหตุภายใน 7 วันก่อนหรือหลังวันเลือกตั้ง
  • สามารถแจ้งเหตุได้หลายช่องทาง ได้แก่ ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แอป Smart Vote, เว็บไซต์ กกต., แจ้งด้วยตนเองต่อนายทะเบียน, หรือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน
  • หากไม่แจ้งเหตุจะถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี เช่น สิทธิในการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. และการดำรงตำแหน่งทางการเมือง

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับประชาชนคนไทยที่มีสิทธิมีเสียง แต่ไม่สะดวกที่จะไปเลือกตั้ง เนื่องจากมีเหตุธุระหรือมีเหตุจำเป็น ซึ่งในกรณีนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ได้แนะแนวทาง วิธีการแจ้งเหตุ หากไม่สามารถไปเลือกตั้ง สส.หรือไปออกเสียงประชามติได้ โดยต้องทำอย่างไรบ้าง และต้องแจ้งเหตุวันไหน ช่องทางใด "ฐานเศรษฐกิจ"มัดรวมมานำเสนอดังต่อไปนี้ 

การแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สส.

ต้องแจ้งภายใน 7 วันก่อนการเลือกตั้งหรือภายใน 7 วันหลังเลือกตั้ง

  • ช่วงแรก : วันที่ 1-7 กุมภาพันธ์ 2569
  • ช่วงที่สอง : วันที่ 9-15 กุมภาพันธ์ 2569

ช่องทางการแจ้งเหตุไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569 

  1. แจ้งทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์  ได้แก่ แอป Smart Vote ,แอป ทางรัฐ ,เว็บไซต์ www.ect.go.th ,www.bora.dopa.go.th 
  2. แจ้งด้วยตนเอง ต่อนายทะเบียนอำเภอ /นายทะเบียนท้องถิ่น 
  3. แจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
  4. มอบอำนาจให้ผู้อื่นแจ้งแทน

กรณีที่แจ้งตามข้อ 2 – 4 ต้องยื่นแบบ ส.ส. 1/8 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือ ซึ่งต้องระบุ

  • หมายเลขประจำตัวประชาชน
  • ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
  • เหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ 2569 ต้องทำอย่างไร

ช่องทางการแจ้งเหตุไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569

กรณีไม่แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 2569 จะถูกจำกัดสิทธิอะไรบ้าง

  1. ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  2. สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา
  3. สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
  4. ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
  5. ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และหากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก ให้เริ่มนับเวลาการจำกัดสิทธิใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใด ให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง


 

การแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ

แจ้งได้ก่อนวันออกเสียง หรือภายใน 7 วันหลังออกเสียงประชามติ

  • ช่วงแรก : วันที่ 14 มกราคม -7 กุมภาพันธ์ 2569
  • ช่วงที่สอง : วันที่ 9-15 กุมภาพันธ์ 2569

ช่องทางการแจ้งเหตุไม่สามารถไปออกเสียงประชามติ 2569

  1. แจ้งทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์  ได้แก่ แอป Smart Vote ,แอป ทางรัฐ ,เว็บไซต์ www.ect.go.th ,www.bora.dopa.go.th 
  2. แจ้งด้วยตนเอง
  3. มอบอำนาจให้ผู้อื่นแจ้งแทน
  4. แจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน 

โดยแจ้งตามข้อ 2 – 4 ต้องยื่นแบบ อ.ส. 2/2 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือ โดยระบุ

  • หมายเลขประจำตัวประชาชน
  • ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
  • เหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง

  แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ 2569 ต้องทำอย่างไร

ช่องทางการแจ้งเหตุไม่สามารถไปออกเสียงประชามติ 2569

กรณีไม่แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ จะถูกจำกัดสิทธิอะไรบ้าง

  1. สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา
  2. สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
  3. เข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 9 (5) (บัญญัติว่า การออกเสียงกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบในการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด)
  4. ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
  5. ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปีนับแต่วันออกเสียงครั้งที่ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง และหากในการออกเสียงครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงอีกให้นับเวลาการจำกัดสิทธิครั้งหลังนี้โดยนับจากวันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิออกเสียงครั้งใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใดให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง