

KEY
POINTS
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 48 เสนอแนวคิด “ปฏิวัติประกันสังคม” ครั้งใหญ่ ด้วยการแยกสำนักงานประกันสังคม ออกจากการกำกับดูแลของกระทรวงแรงงานและระบบราชการ เพื่อยกระดับเป็นองค์กรอิสระที่พ้นจากการเมืองอย่างเด็ดขาด หวังตัดวงจรการแทรกแซงและล้างปัญหาการทุจริตที่ฝังรากลึกในระบบ
คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ปัญหาที่ผู้ประกันตนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้สะท้อนความล้มเหลวด้านการบริหารจัดการอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกรณีระบบบริการทำฟันของประกันสังคมที่ล่มต่อเนื่องมานานกว่า 2 เดือน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถใช้สิทธิได้ ต้องควักเงินสำรองจ่ายเอง ทั้งที่ถูกหักเงินสมทบเข้ากองทุนทุกเดือนกว่า 800 บาท
ขณะที่สิทธิทำฟันที่ผู้ประกันตนได้รับถูกกำหนดไว้เพียงปีละ 900 บาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับต้นทุนค่ารักษาพยาบาลในความเป็นจริง เพียงแค่ขูดหินปูน หรือ อุดฟันไม่กี่ซี่ก็ใช้สิทธิครบแล้ว ส่วนการรักษารากฟันแทบเป็นไปไม่ได้
ปัญหาเหล่านี้ตอกย้ำคำถามถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพ ในการบริหารกองทุนประกันสังคม ซึ่งมีเงินสะสมสูงถึงกว่า 2.8 ล้านล้านบาท ว่าถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตนอย่างแท้จริงหรือไม่ หรือมีการรั่วไหลและทุจริตจนบั่นทอนสิทธิของประชาชน
จากเหตุนี้ พรรคไทยสร้างไทยจึงเสนอโมเดลการปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคม โดยหัวใจสำคัญคือ การรื้อโครงสร้างคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด) ใหม่ ลดสัดส่วนตัวแทนภาครัฐให้เหลือเพียง 3 คน และคืนอำนาจให้ผู้ประกันตนและนายจ้างเป็นเสียงข้างมาก ผ่านระบบการเลือกตั้งบอร์ดโดยตรง เพื่อให้ผู้ถือเงินกองทุนตัวจริงมีอำนาจกำหนดทิศทางและตรวจสอบการบริหาร
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ดึงผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพด้านการลงทุนและการบริหารกองทุนเข้ามาบริหารเงินประกันสังคม ตามมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากเงินกองทุน และนำกำไรกลับมาพัฒนาสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน ทั้งการยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาลให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าสวัสดิการอื่นของรัฐ และการเพิ่มมูลค่าเงินบำนาญให้สอดคล้องกับเงินสมทบที่จ่ายไปและเพียงพอต่อการดำรงชีพในวัยเกษียณ
คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่า หากประกันสังคมยังคงอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมือง ปัญหาการแทรกแซงและการบริหารที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชนจะไม่มีวันหมดไป การแยกประกันสังคมเป็นองค์กรอิสระจึงเป็นทางออกสำคัญในการคืนความเป็นธรรมให้เจ้าของเงินกองทุน
พร้อมเชิญชวนประชาชนให้เลือกพรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 48 บัตรสีชมพู เพื่อเข้าไปผลักดันการปฏิรูประบบประกันสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทำงานอย่างแท้จริง