thansettakij
เปิดทรัพย์สิน “เอกนิติ” 207 ล้าน เงินลงทุน 119 ล้าน รายได้ต่อปี 51 ล้าน

เปิดทรัพย์สิน “เอกนิติ” 207 ล้าน เงินลงทุน 119 ล้าน รายได้ต่อปี 51 ล้าน

27 ม.ค. 2569 | 05:54 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ม.ค. 2569 | 06:00 น.

ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สิน “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ-รมว.คลัง ทรัพย์สิน 207.7 ล้าน เงินลงทุนพุ่ง 119 ล้าน รายได้ต่อปี 51.3 ล้าน ทรัพย์สินเพิ่มเกือบ 48 ล้านในรอบปี

KEY

POINTS

  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และคู่สมรส มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 207.7 ล้านบาท และมีหนี้สินรวม 1.9 ล้านบาท
  • ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นของนายเอกนิติ มูลค่า 163.8 ล้านบาท โดยเป็นเงินลงทุนในพันธบัตร กองทุน และหุ้นต่างๆ ถึง 119.6 ล้านบาท
  • นายเอกนิติ แจ้งมีรายได้ต่อปีประมาณ 51.3 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากค่าตอบแทนกรรมการ และการขายหลักทรัพย์และกองทุน

วันนี้ (27 ม.ค. 69 ) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล

โดย นายเอกนิติ และ นางร้อยแก้ว คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 207,789,386 บาท และมีหนี้สินรวม 1,905,850 บาท

ทรัพย์สิน“เอกนิติ”163.8 ล้าน เงินลงทุน 119 ล้าน

สำหรับทรัพย์สินของ นายเอกนิติ มีมูลค่ารวม 163,861,913 บาท ประกอบด้วย

เงินฝาก รวม 17,995,542 บาท

เงินลงทุน ในพันธบัตร กองทุนเปิด และหุ้นต่าง ๆ รวม 119,667,780 บาท

ที่ดิน จำนวน 3 แปลง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดกาญจนบุรี รวมมูลค่า 16,673,095 บาท

โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 2 หลัง เป็นบ้านพักอาศัยและห้องชุดในกรุงเทพมหานคร รวมมูลค่า 7,580,496 บาท

ยานพาหนะ รถยนต์ 2 คัน รวมมูลค่า 150,000 บาท

ทรัพย์สินอื่น ได้แก่ นาฬิกา 3 เรือน รวมมูลค่า 1,750,000 บาท

ส่วนหนี้สิน แจ้งเป็นเงินกู้จาก ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทำสัญญาเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2555 วงเงินกู้ 3 ล้านบาท โดยมียอดหนี้คงเหลือ ณ วันที่ 24 กันยายน 2568 จำนวน 1,905,850 บาท

รายได้ปีละ 51.3 ล้านจากกรรมการ-ขายหลักทรัพย์

นายเอกนิติ แจ้งว่ามี รายได้ต่อปีโดยประมาณ 51,314,874 บาท แบ่งเป็น

เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง 1,678,517 บาท

ค่าตอบแทนกรรมการ 16,215,637 บาท

เบี้ยประชุม ค่าบรรยาย และค่าการสอน 400,000 บาท

ดอกเบี้ยและเงินปันผล 3,000,000 บาท

รายได้จากการขายรถยนต์ 1,800,000 บาท

รายได้จากการขายหลักทรัพย์และกองทุน 18,500,000 บาท

การรับให้จากบุพการี 9,720,718 บาท

ขณะที่มี รายจ่ายต่อปีโดยประมาณ 18.1 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและอุปโภคบริโภค ค่าเบี้ยประกัน ค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทางท่องเที่ยว เงินบริจาค และการซื้อหลักทรัพย์และกองทุน ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 11.5 ล้านบาท

ทรัพย์สินคู่สมรส 43.9 ล้าน เงินลงทุน-อสังหาฯ 

ด้าน นางร้อยแก้ว คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินรวม 43,972,473 บาท ประกอบด้วย

เงินฝาก 11,618,827 บาท

เงินลงทุนในกองทุนเปิด 15,689,725 บาท

ที่ดิน 2 แปลง ในกรุงเทพมหานคร มูลค่า 6,695,000 บาท

โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 1 หลัง ในกรุงเทพมหานคร มูลค่า 7,309,920 บาท

ยานพาหนะ รถยนต์ 2 คัน มูลค่า 1.1 ล้านบาท

ทรัพย์สินอื่น เช่น นาฬิกา แหวน และสร้อยคอ รวมมูลค่า 1,559,000 บาท

นางร้อยแก้วแจ้งว่ามี รายได้ต่อปีโดยประมาณ 11,622,131 บาท และมีรายจ่ายต่อปีประมาณ 5.45 ล้านบาท

ทรัพย์สินเพิ่มเกือบ 48 ล้านในรอบปี

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2567 ป.ป.ช.ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของนายเอกนิติ ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร โดยในครั้งนั้น นายเอกนิติและคู่สมรสแจ้งมีทรัพย์สินรวม 159,791,606 บาท และมีหนี้สิน 2,003,119 บาท

เมื่อเปรียบเทียบกับบัญชีทรัพย์สินล่าสุด พบว่า ทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 47,997,780 บาท ขณะที่ หนี้สินลดลง 97,269 บาท