เปิดใจ“ธรรมนัส”เคลียร์ทุกข้อหา สีเทา-หักหลัง-งัดข้อบิ๊กตู่

26 ม.ค. 2569 | 06:35 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ม.ค. 2569 | 06:44 น.

“ธรรมนัส พรหมเผ่า”เปิดใจทุกปมร้อน ยันไม่ฆ่านายขายเพื่อน แจงเหตุแยกทาง “บิ๊กตู่” ไม่ใช่หักหลังแต่ทำตามคำสั่ง พร้อมโต้ภาพพรรคสีเทา ชี้สังคมไม่มีพรรคใดขาวล้วน ลุ้น“กล้าธรรม”ผงาดพรรคอันดับ 3

KEY

POINTS

  • ร.อ.ธรรมนัส ปฏิเสธภาพลักษณ์นักการเมืองสีเทา โดยตั้งคำถามถึงนิยามของคำว่า "สีเทา" และยืนยันว่าไม่มีพรรคการเมืองใดที่ขาวสะอาด 100%
  • ยืนยันว่าไม่ใช่คนหักหลังทางการเมือง โดยชี้ว่าตนเป็นเพียงผู้น้อยที่ทำตามคำสั่งของผู้ใหญ่ในยุค 3 ป. และกลายเป็นผู้รับเคราะห์เมื่อเกิดความขัดแย้ง
  • เปิดเผยเบื้องหลังความขัดแย้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่ามีสาเหตุที่แท้จริงซึ่งยังไม่เป็นที่เปิดเผย และการกระทำของตนในขณะนั้นเป็นไปตามคำสั่งของ "ลุงป้อม"

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม เปิดใจผ่านรายการ “เนชั่นวิเคราะห์ข่าว” ทางเนชั่นทีวีช่อง 22 ตอบทุกข้อครหา ตั้งแต่ภาพลักษณ์นักการเมืองสีเทา ข้อกล่าวหาเป็นนักหักหลัง ไปจนถึงเบื้องหลังความขัดแย้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันหนักแน่นว่า ไม่เคยทรยศใคร และไม่เคยทำลายประเทศ หรือ ประชาชน

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงกรณีที่บางพรรคการเมืองประกาศไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม โดยอ้างความเกี่ยวข้องกับ “เรื่องสีเทา” ว่า พรรคที่ออกตัวเร็ว ไม่เอาคนนั้นไม่เอาคนนี้ ทั้งที่ยังไม่ผ่านการเลือกตั้ง ส่วนใหญ่มักจะลงเอยด้วยการเป็นฝ่ายค้าน เพราะการเมืองยังไม่ถึงเวลาที่จะคุยกันได้ ทุกอย่างยังเร็วเกินไป

“พรรคกล้าธรรมชัดเจน เราไม่เป็นอีแอบ หลักการของเราคือ ใครก็ตามที่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญโดยแตะหมวด 1-2 เราไม่เอาด้วยเด็ดขาด ไม่ได้หมายความว่าไม่เอาพรรคนั้นพรรคนี้ แต่ถ้าคุณเข้ามาร่วมรัฐบาลแล้วมีแนวคิดแบบนี้ เราไม่ร่วมแน่นอน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

โต้ภาพสีเทา-ถามใครขาวจริง

ร.อ.ธรรมนัส ยังตั้งคำถามถึงนิยามคำว่า “สีเทา” ในสังคมการเมืองไทย ว่าใครเป็นผู้กำหนดบรรทัดฐาน 

“ณ เวลานี้พรรคที่ประกาศไม่เอาเทา ไม่อย่างโน้นไม่อย่างนี้ ส่วนใหญ่ทุกพรรคมีพรรคไหนขาวสะอาดบ้างผมถามหน่อย คุณจะเหมารวมคนที่หากินกลางคืนทั้งหมดเป็นสีเทามันถูกต้องไหม 

คนสีเทาหมายถึงคนที่ทำมาหากินโดยเลี่ยงการจ่ายภาษีหรือไม่ ละเมิดกฏหมายหรือไม่ สังคมไทยมันมีทั้งคนสีขาว สีเทา มันขึ้นอยู่กับคุณจะเลือกคบใคร หรือชีวิตคุณจะวังวลอยู่กับกลุ่มไหน ในแต่ละพรรคก็จะเห็นชัดเจน ไม่มีพรรคไหนเป็นสีขาว ผมพูดตรงๆ”

ร.อ.ธรรมนัส ระบุด้วยวา “ทุกพรรคการเมืองมีใครบ้างที่ขาวสะอาด 100% ผมถามตรงๆ สังคมไทยมีทั้งสีขาว สีเทา มันอยู่ที่คุณเลือกคบใคร และยืนอยู่กับกลุ่มไหน จะเหมารวมว่าคนหากินกลางคืนทั้งหมดเป็นสีเทามันถูกต้องหรือไม่”

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า คำนิยามหรือบรรทัดฐานของคำว่า “เทา” มาจากตรงไหน คนหลอกลวงประชาชน หรือ สแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ เทาใช่ไหม อันนี้ก็รับไม่ได้ 

“ถ้าผมเป็นรัฐบาลอีกรอบ หากมีหน้าที่จะจัดการให้สิ้นซากไป ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม สไตล์การทำงานผมดุดัน ไม่ยืดเยื้อ ไม่มัวแต่เล่นเกม แต่ถ้าเทาในประเภทที่ว่า เปิดให้มีการเล่นการพนันผิดกฎหมาย เปิดกันทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าไปปฏิเสธความจริง ถ้าออนไลน์ก็ผิดกฎหมาย ก็ถือว่าเทาใช่ไหม ก็อย่างที่เราเห็น พรรคโน้นก็โดนพรรคนี้ก็โดนเหมือนๆ กันหมด ก็ต้องให้ความเป็นธรรมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พิสูจน์ตัวเองว่าใช่หรือไม่ ก็แค่นี้”

ปัดหักหลัง-เปิดปมแตกหัก“บิ๊กตู่”

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า กรณีที่ผมเคยถูกจับในอดีตนั้น หากผมโดนกล่าวหาเรื่องอะไรผมเป็นคนที่กล้าสู้ความจริง เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ตัวเอง ผมผ่านเรื่องดีเรื่องไม่ดีมาเยอะแยะ แต่เราไม่สามารถเจาะเวลาหาอดีต เพื่อไปแก้ไขได้ แต่เลือกที่จะทำวันนี้และวันข้างหน้าให้ดี 

“คนชอบพูดแป้งๆ คุณไม่เอามาเสนอให้หมด ที่ผมพูดวันนั้นเรื่องอะไร แต่ไปเหมารวมกันหมด ตัวตนผมทุกวันนี้ชัดเจนว่า ไม่ทำอะไรที่ทำลายชาติบ้านเมือง และพี่น้องประชาชน ไม่ว่าสังคมโลก หรือ สังคมประเทศไทย” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงกรณีที่พรรคกล้าธรรมถูกมองเป็นพรรคตัวแปร มีการคุยกันหรือไม่ว่า ถ้าได้จำนวนเท่าไหร่จะได้คุมกระทรวงที่คาดหวัง ว่า พรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้ก่อนเลือกตั้งมีการคุยกัน พอเข้าสู่โหมดเลือกตั้งยังไม่ได้คุยกัน เชื่อว่าไม่มีพรรคไหนได้คุยกันหรอก ต้องดูว่า 3 พรรคใหญ่ได้เท่าไหร่ พรรคที่เหลือได้เท่าไหร่ ไม่เช่นนั้นคุยกันไม่รู้เรื่อง 

ส่วนข้อสังเกตที่ว่าเป็นนักหักหลังทางการเมืองนั้น ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า “ไม่ครับ ชีวิตผมอยู่ตั้งแต่ยุคไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย ผมออกมาไม่เคยมีศัตรูกับใคร ตอนทำการเมืองกับยุคพี่น้อง 3 ป. ผมก็เป็นน้องเล็กสุด เวลาพี่ใหญ่ทะเลาะกัน ผมก็อยู่กับลุง(ลุงป้อม) ลุงใช้ทำอะไรก็ต้องทำ 

“ถามว่าทำแล้วเขาดีกัน ใครเป็นหมาหัวเน่าก็ผม สไตล์เราไม่ฆ่านายขายเพื่อน ฟ้องนายขายเพื่อนผมไม่ทำ เลือดอยู่ในปากต้องกลืนลงท้อง จนทุกวันนี้คนไม่รู้ว่าสาเหตุที่ผมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี มันเกิดอะไรขึ้น จริงๆ สาเหตุมันต้องมี ไม่ใช่อยู่ๆ ไปทะเลาะกับพี่เขา ร.อ.ไปทะเลาะกับ พล.อ. อยู่กับลุง ลุงสั่งอะไรก็ต้องทำอย่างนั้น” 

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การที่มาร่วมงานรัฐบาลเพื่อไทย ก็มีเหตุผลของผม แล้วก็ไปลามาไหว้ ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน ไม่มีหักกัน มีวันหนึ่งลุงให้สัมภาษณ์ว่าไม่ให้รัฐมนตรีกับผม ผมก็เลยโทรถามเกิดอะไรขึ้น ลุงแกก็บอกพรรคโน้นเขาไม่เอานะ ไม่เอาผมก็ออกมาตั้งพรรคใหม่ มีแค่นั้น ไม่ได้ทะเลาะกับลุง ไม่เคยนินทานายหรือเพื่อนนักการเมืองลับหลัง 

“กล้าธรรม”ลุ้นเป็นพรรคอันดับ 3

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ผู้สมัครเกรดเอของพรรค 140 คน กรองออกมาเหลือ109 คน จังหวัดไหนที่ผมเดินทางไป ผมคาดหวังว่าปักธงได้ ซึ่งก็คาดหวัง สส.ตามที่สื่อบางสำนักนำเสนอ ถ้าปักหมุดได้ทุกจังหวัดก็ประมาณ 70 ที่นั่ง ก็เฉลี่ยกันไป และเรามีโอกาสเข้ามาเป็นพรรคอันดับ 3 เราทำการเมืองจะรู้ว่า เหนือ อีสาน ใต้ เราอยู่ในสมการทั้งหมด  

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงรูปถ่ายกับ เบน สมิธ ผู้ถูกกล่าวว่าเกี่ยวพันขบวนการสแกมเมอร์ ว่า ผมก็เห็นว่ากลุ่มผู้นำอีลิท หรือ คนระดับสูงของประเทศจนถึงระดับล่าง ก็ถ่ายรูปกันเต็ม ไม่เห็นเป็นประเด็น แต่เวลาผมไปถ่ายเป็นประเด็นจัง ว่าเป็นทุนเทา ไปเอาหลักฐานมาว่าผมยุ่งกับทุนเขาตรงไหน ส่วนใหญ่รู้จักกัน ถ่ายรูปกินข้าวกันเป็นเรื่องปกติของสังคม