พรรคกล้าธรรมลุยหาเสียงเชียงราย ชูคนใหม่ทำจริง ไม่ขายฝัน

25 ม.ค. 2569 | 10:28 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ม.ค. 2569 | 10:38 น.

พรรคกล้าธรรมเปิดปราศรัย อ.พาน จ.เชียงราย ขอโอกาสประชาชนเลือก “คนทำงานตัวจริง” เข้ามาบริหารประเทศ “ธรรมนัส” ย้ำกล้าธรรมเสนอเฉพาะนโยบายที่ทำได้และทำทันที

KEY

POINTS

  • พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงที่ อ.พาน จ.เชียงราย เพื่อสนับสนุนผู้สมัคร สส. ของพรรค
  • ชู ร.อ.ธรรมนัส เป็นแคนดิเดตนายกฯ ที่มีอำนาจตัดสินใจจริงและรับผิดชอบโดยตรง ไม่เหมือนพรรคอื่นที่มีคนคอยชี้นำอยู่เบื้องหลัง
  • วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลชุดก่อนว่าเป็น "นโยบายขายฝัน" ที่ทำไม่ได้จริง พร้อมยืนยันว่า พรรคจะเสนอนโยบายที่ปฏิบัติได้จริงเท่านั้น

พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค และ นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคฝ่ายสังคม เปิดเวทีปราศรัยที่โรงเรียนพานพิทยาคม ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย เพื่อประกาศนโยบายพรรคและรณรงค์หาเสียงช่วยนายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ผู้สมัคร สส.เชียงราย พรรคกล้าธรรม โดยมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก

นางนฤมล กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบันคือหลายพรรคเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่ผู้มีอำนาจตัดสินใจตัวจริง เมื่อถึงเวลาบริหารประเทศ ผู้ที่ชี้ขาดกลับเป็นบุคคลอื่นที่ไม่ได้แสดงตัวต่อประชาชน

 

พร้อมเปรียบเปรยว่า “เลือก ท. ได้ ธ. เลือก อ. ได้ น. เลือก ช. ได้ ย.” แต่พรรคกล้าธรรมเลือก ร.อ.ธรรมนัส ก็ได้ ร.อ.ธรรมนัส ที่รับผิดชอบและตัดสินใจด้วยตนเอง ไม่เป็น “อีแอบ” หรือหลบอยู่เบื้องหลังเหมือนบางพรรคการเมือง

                                      พรรคกล้าธรรมลุยหาเสียงเชียงราย ชูคนใหม่ทำจริง ไม่ขายฝัน

“การเมืองต้องชัดเจน โปร่งใส และประชาชนต้องรู้ว่าใครคือผู้รับผิดชอบตัวจริง พรรคกล้าธรรมเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว เพราะเป็นผู้ทำงานจริง รับผิดรับชอบจริง ไม่หลบอยู่ข้างหลังและไม่ชี้นิ้วสั่งการ” นางนฤมล กล่าว

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวปราศรัยว่า จากการลงพื้นที่ได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนจำนวนมาก ถึงความต้องการพัฒนาจังหวัด ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิต โดยยกประสบการณ์และผลงานการทำงานในจังหวัดพะเยา เป็นตัวอย่างที่เห็นผลเป็นรูปธรรม จึงมั่นใจว่า สามารถนำประสบการณ์ดังกล่าวมาต่อยอดการทำงานได้ทันที หากได้รับโอกาสจากประชาชน

ร.อ.ธรรมนัส ยังวิจารณ์นโยบายของรัฐบาลชุดก่อนว่า เป็นนโยบาย “ขายความหวัง ขายความฝัน” โดยเฉพาะโครงการแจกเงิน 10,000 บาท ซึ่งตั้งคำถามว่า จนถึงขณะนี้ประชาชนได้รับเงินจริงหรือไม่ ทั้งที่นโยบายเดิมยังไม่เกิดผล แต่กลับมีการเสนอโครงการใหม่ออกมาอีก

“นี่คือนโยบายขายฝัน พรรคกล้าธรรมจะไม่เสนอนโยบายที่ทำไม่ได้จริง เราจะยึดความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติเป็นหลัก พูดแล้วต้องทำ ไม่ใช่พูดให้ประชาชนมีความหวัง แต่สุดท้ายต้องผิดหวัง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว