อภิสิทธิ์–จตุพร เปิดมุมมองบทบาทกองทัพ รัฐบาลพลเรือนคุมได้แค่ไหน

17 ม.ค. 2569 | 15:00 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ม.ค. 2569 | 07:21 น.

สองมุมคิดการเมืองต่อกองทัพไทย อภิสิทธิ์เสนอปฏิรูปภายใต้รัฐบาลพลเรือน ขณะที่จตุพรย้ำกองทัพคือเสาหลักความมั่นคงของชาติ

KEY

POINTS

  • จตุพร บุรุษพัฒน์ มองว่ากองทัพเป็นเสาหลักด้านความมั่นคงที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลพลเรือนได้ดีภายใต้โครงสร้างปัจจุบัน โดยมีบทบาทสำคัญในการป้องกันประเทศและช่วยเหลือประชาชน
  • อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยืนยันว่ารัฐบาลพลเรือนสามารถกำหนดนโยบายและสั่งการให้กองทัพปฏิบัติตามได้ โดยยกตัวอย่างการแก้ปัญหาชายแดนใต้ในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี
  • อภิสิทธิ์เสนอแนวทางปฏิรูปกองทัพในระยะยาว เช่น การปรับลดกำลังพลสู่ระบบทหารอาสา การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และการจัดซื้ออาวุธอย่างโปร่งใส

เวที NATION DEBATE 2569 อภิสิทธิ์–จตุพร แสดงวิสัยทัศน์ของตัวแทนพรรคการเมืองต่อบทบาทของกองทัพและความสัมพันธ์กับรัฐบาลพลเรือน สะท้อนจุดยืนที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของประเทศ ควบคู่กับการบริหารภายใต้โครงสร้างรัฐพลเรือน

จตุพร พรรคโอกาสใหม่ ย้ำกองทัพคือเสาหลักความมั่นคง ทำงานร่วมรัฐบาลได้ไม่ขัดแย้ง

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ พรรคโอกาสใหม่ ระบุว่า บทบาทของกองทัพไทยเป็นส่วนสำคัญในการรักษาเอกราชและความมั่นคงของประเทศมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมองว่ากองทัพเป็นหน่วยงานราชการหนึ่งที่มีหน้าที่ชัดเจนในการป้องกันประเทศและดูแลประชาชน

ในหลายสถานการณ์วิกฤต เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม หรือภัยพิบัติ ประชาชนมักพึ่งพากองทัพเป็นอันดับแรก สะท้อนให้เห็นว่ากองทัพมีบทบาทเชิงบวกในการช่วยเหลือสังคมภายใต้กรอบหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย พร้อมย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลพลเรือนกับกองทัพไม่มีปัญหา เนื่องจากมีโครงสร้างการกำกับดูแลที่ชัดเจน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง

นายจตุพร บุรุษพัฒน์

สำหรับประเด็นความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ นายจตุพรเห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นเรื่องของกลุ่มผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่โครงสร้างหลักของประเทศ พร้อมยืนยันว่าหากทุกหน่วยงานราชการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน จะไม่เกิดความขัดแย้งในการบริหารประเทศ และประเทศไทยยังคงต้องมีกองทัพที่เข้มแข็งเพื่อรับมือกับปัญหาด้านความมั่นคง โดยเฉพาะประเด็นชายแดน

อภิสิทธิ์ ชูรัฐบาลพลเรือนกำหนดนโยบาย กองทัพปฏิบัติตาม พร้อมเดินหน้าปฏิรูปอย่างเป็นระบบ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ตลอดช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้สนับสนุนภารกิจของกองทัพในการปกป้องประเทศและการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์ภัยพิบัติ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลพลเรือนสามารถกำหนดนโยบายและให้กองทัพปฏิบัติตามได้ หากมีเหตุผลและความชัดเจน

นายอภิสิทธิ์ยกตัวอย่างการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า เมื่อรัฐบาลกำหนดนโยบายให้มีการตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ และเริ่มกระบวนการพูดคุย รวมถึงการยกเลิกกฎอัยการศึกและสถานการณ์ฉุกเฉินในบางพื้นที่ แม้กองทัพจะมีความลังเลในช่วงแรก แต่ท้ายที่สุดก็ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

พร้อมกันนี้ นายอภิสิทธิ์เสนอแนวทางปรับปรุงกองทัพในระยะยาว ผ่านการทบทวนอัตรากำลังพลเพื่อมุ่งสู่ระบบทหารอาสา การพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตอาวุธภายในประเทศเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการจัดซื้ออาวุธที่โปร่งใส โดยมองว่าสามารถใช้เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจในการเจรจาการค้าและถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ