KEY
POINTS
วันที่ 10 มกราคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรค รวมถึงนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 8 หมายเลข 14 ลงพื้นที่พบปะประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า ณ ตลาดบองมาเช่ และตลาดองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) เขตจตุจักร
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ต่อการร่วมจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งว่า พรรคมีความชัดเจนมาโดยตลอด โดยขณะนี้กำลังเดินหน้าขอการสนับสนุนจากประชาชน เพื่อให้ได้เสียงมากพอในการจัดตั้งรัฐบาลที่ประชาชนสามารถไว้วางใจได้
“สิ่งที่เราต้องการทำให้ประชาชนมั่นใจ คือ รัฐบาลที่ตั้งขึ้นต้องเป็นรัฐบาลที่สุจริต ไม่มีปัญหาเรื่องทุนเทา และไม่สร้างความขัดแย้งให้กับประเทศ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำว่า เงื่อนไขการร่วมรัฐบาลของพรรคมีความชัดเจนแล้ว คือ จะต้องไม่มี 3 เรื่องหลัก ได้แก่ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การพัวพันกับทุนเทา และ การเมืองที่นำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม
ส่วนกรณีที่ถูกตั้งคำถามว่า พรรคจะไม่ปิดประตูจับมือกับพรรคการเมืองอื่นหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า เรื่องนี้ต้องไปพิจารณาที่พรรคการเมืองเหล่านั้นว่า มีปัญหาใน 3 เงื่อนไขดังกล่าวหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงภาพรวมนโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ ว่า ปัจจุบันมีความหลากหลาย ซึ่งต้องแยกแยะระหว่างนโยบายที่มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น กับนโยบายที่สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยพรรคประชาธิปัตย์พร้อมสนับสนุนหรือต่อยอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามความเหมาะสมของสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ เน้นย้ำว่า ประเทศไทยไม่สามารถพึ่งพานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตลอดเวลา เนื่องจากในระยะยาวจะเผชิญกับข้อจำกัดด้านงบประมาณและเสถียรภาพทางการคลัง จึงจำเป็นต้องมีนโยบายที่ยั่งยืนควบคู่กันไป
สำหรับการดูแลประชาชนผู้มีรายได้น้อย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แม้จะมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเครื่องมือช่วยเหลือ แต่หากมีการดำเนินนโยบายประกันรายได้ควบคู่กัน จะช่วยสร้างหลักประกันให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงมากขึ้น ไม่ต้องพึ่งพามาตรการเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ในครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์มุ่งเน้นการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปปรับใช้ในการกำหนดนโยบายและแนวทางการทำงานทางการเมืองในช่วงการเลือกตั้งต่อไป