2569 ปีแห่งการเลือกตั้งชี้ชะตาการเมืองไทยจากท้องถิ่นถึงระดับชาติ

10 ม.ค. 2569 | 00:00 น.

“2569 ปีแห่งการเลือกตั้ง จะเป็นคำตอบว่า การเมืองไทยจะเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านอย่างมีเสถียรภาพ หรือ วนกลับสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ คำตอบอยู่ในมือประชาชนทุกคน

KEY

POINTS

  • ปี 2569 ถูกกำหนดให้เป็น "ปีแห่งการเลือกตั้ง" ที่มีกำหนดการลงคะแนนเสียงต่อเนื่องตลอดทั้งปี ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติ
  • การเลือกตั้งจะเริ่มต้นด้วยระดับท้องถิ่น (อบต.) ในเดือนมกราคม ตามด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายกเมืองพัทยา ในช่วงกลางปี
  • ไฮไลต์สำคัญคือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งจะมีการเลือกตั้ง สส. ทั่วประเทศ พร้อมกับการลงประชามติ เพื่อตัดสินใจว่าจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ในวันเดียวกัน

ปี 2569 ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในฐานะ “ปีแห่งการเลือกตั้ง” อย่างแท้จริง เมื่อกระบวนการเลือกตั้งและการใช้สิทธิของประชาชนเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี ครอบคลุมตั้งแต่การเมืองท้องถิ่นระดับฐานราก ไปจนถึงการเลือกตั้งระดับชาติ และการตัดสินใจครั้งสำคัญผ่าน ประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ  

ไทม์ไลน์การเลือกตั้งที่เรียงร้อยต่อเนื่อง ไม่เพียงสะท้อนความเข้มข้นของเกมการเมือง แต่ยังเป็นบททดสอบเสถียรภาพของรัฐบาล พรรคการเมือง และระบบเลือกตั้งไทยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ

11 ม.ค.ประเดิมเลือก อบต.  

เปิดหัวปีด้วยสนามท้องถิ่น “อบต.” ฐานเสียงการเมืองระดับรากหญ้า

การเลือกตั้ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) และนายก อบต. ในวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 ถือเป็นสนามเลือกตั้งแรกของปี และเป็นสนามที่นักการเมืองระดับชาติให้ความสำคัญอย่างยิ่ง 

แม้จะเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ อบต. ถูกมองว่าเป็น “ฐานเสียงดั้งเดิม” ของนักการเมืองระดับชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท การควบคุมกลไกท้องถิ่นหมายถึงการเข้าถึงประชาชนในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่งบประมาณพัฒนา ถนน แหล่งน้ำ ไปจนถึงสวัสดิการชุมชน 

หลายพรรคการเมืองใหญ่ แม้ไม่ส่งในนามพรรคโดยตรง แต่ใช้ เครือข่าย “บ้านใหญ่” กลุ่มการเมืองท้องถิ่น และอดีต สส. เป็นกลไกสนับสนุน ถือเป็นการวัดพลังแบบไม่เป็นทางการ ก่อนศึกใหญ่ระดับชาติในเดือนถัดไป

โดยเมื่อวันที่ 6 ธันาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้สรุปผลการรับสมัคร ส.อบต. และ นายก อบต. รวม 5 วัน มีจำนวนผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 102,300 คน แบ่งเป็น

- ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 8,603 คน

- ผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 93,697 คน

8 ก.พ.เลือกสส.+ประชามติ    

วันชี้ชะตาประเทศ เลือกตั้ง สส. พร้อมประชามติรัฐธรรมนูญ

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถูกขนานนามว่าเป็น “ซูเปอร์โพลเดย์” ของการเมืองไทย เมื่อมีการลงคะแนนพร้อมกันถึง 2 วาระสำคัญ คือ

1. เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั่วประเทศ

การเลือกตั้ง สส. ครั้งนี้ เป็นศึกชี้ขาดระหว่างขั้วการเมืองหลัก ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจชะลอตัว ความขัดแย้งทางการเมืองสะสม และคำถามต่อเสถียรภาพรัฐบาล 

ประเด็นที่ถูกจับตา ได้แก่

-การแข่งขันระหว่าง พรรคใหญ่ดั้งเดิม กับ พรรคการเมืองรุ่นใหม่

-บทบาทของพรรคขนาดกลาง ที่อาจเป็น “ตัวแปรจัดตั้งรัฐบาล”

-การวัดกระแสประชาชนต่อผลงานรัฐบาลตลอดวาระที่ผ่านมา

ผลเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เพียงกำหนดว่า ใครจะเป็นรัฐบาล แต่ยังสะท้อนทิศทางนโยบาย เศรษฐกิจ และ การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศในระยะยาว

2. ประชามติแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ  

ควบคู่กับการเลือกตั้ง สส. คือ การลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นประเด็นการเมืองระดับโครงสร้างที่สะสมความขัดแย้งมานาน

คำถามประชามติที่จะใช้สอบถามประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญ  คือ “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่”

คำถามประชามติถูกมองว่าเป็นการให้ประชาชนตัดสินใจโดยตรงว่า

-จะเดินหน้าปรับเปลี่ยนกติกาการเมืองหรือไม่

-จะเปิดทางให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หรือ คงโครงสร้างเดิม

ผล “ประชามติ” ไม่ว่าฝ่ายใดชนะ ล้วนส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลชุดใหม่ และอาจเป็นชนวนให้เกิดแรงกดดันทางการเมืองในระยะต่อไป

                                             2569 ปีแห่งการเลือกตั้งชี้ชะตาการเมืองไทยจากท้องถิ่นถึงระดับชาติ

5 ก.ค.เลือกผู้ว่าฯ กทม.+สก. 

กลางปี 2569 วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 การเมืองจะกลับมาเดือดอีกครั้งในสนาม กรุงเทพมหานคร (กทม.) กับการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) 
ที่มา 

สืบเนื่องจาก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน จากการเลือกตั้งเมื่อปี 2565 จะดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 กกต. จึงเตรียมประกาศให้มีการเลือกตั้งในวันดังกล่าว 

ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ถูกมองว่าเป็น “เก้าอี้การเมืองระดับชาติ” เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นทั้งศูนย์กลางเศรษฐกิจ การเมือง และ ประชากรกว่า 10 ล้านคน 

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นการวัด

- ความนิยมของรัฐบาลกลางในเมืองหลวง

- ความสามารถของผู้สมัครในการแก้ปัญหาเมืองใหญ่ เช่น การจราจร น้ำท่วม สิ่งแวดล้อม และ ค่าครองชีพ

- พลังของกระแสคนรุ่นใหม่ในเขตเมือง

ผลการเลือกตั้ง กทม. มักถูกใช้เป็นดัชนีชี้วัดทิศทางการเมืองระดับประเทศในอนาคต

5 ก.ค.เลือกนายกเมืองพัทยา  

พัทยา เมืองเศรษฐกิจท่องเที่ยว กับเกมอำนาจท้องถิ่น

วันเดียวกัน (5 ก.ค. 69) ยังมีการเลือกตั้ง นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ซึ่งแม้เป็นเมืองพิเศษ แต่มีความสำคัญเชิงเศรษฐกิจและการเมืองสูง  

สืบเนื่องจาก ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา คนปัจจุบัน ได้ดำรงตำแหน่งจะครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 กกต. จึงเตรียมประกาศให้มีการเลือกตั้ง นายกเมืองพัทยา และ สมาชิกสภาเมืองพัทยา เกิดขึ้นในวันดังกล่าว

พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก มีงบประมาณสูง และเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และ อุตสาหกรรมบริการ การเลือกตั้งจึงถูกจับตาในมิติ 

- ความเชื่อมโยงระหว่างการเมืองท้องถิ่นกับทุน

- การบริหารเมืองท่องเที่ยวในภาวะการแข่งขันระดับนานาชาติ

- การขยายอิทธิพลของพรรคการเมืองระดับชาติสู่เมืองเศรษฐกิจ

ปี 69 ทดสอบประชาธิปไตย

ปี 2569 ไม่ใช่เพียงปีแห่งการเลือกตั้งหลายสนาม แต่เป็นปีที่ประชาชนถูกเรียกให้ใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำหนดทิศทางประเทศ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ระดับชาติ จนถึงรัฐธรรมนูญ 

ผลลัพธ์ของแต่ละสนามจะเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก

- ท้องถิ่นปูทางสู่ระดับชาติ

- ระดับชาติส่งผลต่อเมืองหลวง

- ประชามติชี้ชะตากติกาการเมืองในระยะยาว 

ท้ายที่สุด “2569 ปีแห่งการเลือกตั้ง” จะเป็นคำตอบว่า การเมืองไทยจะเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านอย่างมีเสถียรภาพ หรือ วนกลับสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ คำตอบอยู่ในมือประชาชนทุกคน...

รายงานพิเศษ โดย...ทีมข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ