KEY
POINTS
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ประกาศเปิดแคมเปญเลือกตั้งภายใต้แนวคิด “คนไทยหายเหนื่อย” โดยย้ำจุดยืนว่า ปัญหาหลักของประเทศไม่ใช่การขาดงบประมาณ แต่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชันที่ทำให้งบแผ่นดินรั่วไหลไปมากกว่าปีละ 500,000 ล้านบาท หากสามารถหยุดโกงได้ ประเทศจะมีเงินเพียงพอในการดูแลประชาชนโดยไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มจนเป็นภาระลูกหลานในอนาคต
คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า งบประมาณแผ่นดินเกือบ 4 ล้านล้านบาทต่อปี ควรถูกจัดสรรกลับไปยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่าง “จริงใจ” ไม่ใช่ถูกปล้นไปสร้างความมั่งคั่งให้กลุ่มนักการเมืองและเครือข่ายอำนาจ พร้อมย้ำว่า “แค่ไม่โกง ประเทศก็มีเงินดูแลประชาชนได้ทั้งประเทศ”
สำหรับนโยบายหลัก พรรคไทยสร้างไทยเสนอการดูแลประชาชนแบบครบวงจรตั้งแต่ “ในครรภ์จนถึงสูงวัย” เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งด้านประชากรและเศรษฐกิจ ที่ปัจจุบันมีอัตราการเติบโตของจีดีพีต่ำกว่า 2% โดยเริ่มตั้งแต่การดูแลแม่และเด็กในครรภ์ การสนับสนุนการศึกษาเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี เพื่อลดภาระผู้ปกครอง เพิ่มโอกาสให้เยาวชนไทยแข่งขันได้ในอนาคต
ขณะเดียวกัน พรรคยังให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุให้มีสุขภาพแข็งแรง มีรายได้ และสามารถกลับมามีบทบาทในระบบเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้วัยเกษียณกลายเป็นภาระของครอบครัว พร้อมเดินหน้าปลดล็อกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน เติมทุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยและคนตัวเล็กสามารถเข้าถึงแหล่งเงินและโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นธรรม
คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่า นโยบายทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้จริงบนพื้นฐานของ “การเมืองมือสะอาด” โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนของพรรค เป็นผู้ที่มีประสบการณ์บริหารและพิสูจน์ผลงานมาแล้วว่าไม่โกง ทำงานสำเร็จ และยึดประโยชน์ประชาชนเป็นศูนย์กลาง
พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้ประชาชนร่วมเปลี่ยน Mindset เลิกเลือกพรรคการเมืองแบบ “บ้านใหญ่” ที่ใช้เงินซื้อเสียงนับร้อยล้านบาทต่อหนึ่งเขต เพราะเงินเหล่านั้นย่อมถูกถอนทุนคืนผ่านการทุจริตคอร์รัปชันในภายหลัง พร้อมย้ำว่าพรรคไทยสร้างไทยขออาสาเข้ามาหยุดวงจรโกงชาติอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ พรรคไทยสร้างไทยยังเตรียมผลักดันกลไกประชาชน ด้วยการรวบรวมรายชื่อไม่น้อยกว่า 50,000 รายชื่อ เพื่อถอดถอนนักการเมืองทุจริต รวมถึงองค์กรอิสระที่ไม่ทำหน้าที่ตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อพิสูจน์ว่า “ประชาธิปไตยเพื่อประชาชน” ที่ประชาชนเข้าถึงสิทธิและตรวจสอบอำนาจได้โดยตรงนั้นมีอยู่จริง และเชื่อมั่นว่าการเมืองมืออาชีพที่ไม่โกง จะสามารถพาประเทศไทยออกจากวิกฤตได้อย่างยั่งยืน