ราชกิจจาฯ ประกาศวันออกเสียงประชามติ 8 ก.พ.2569 พร้อมประเด็นคำถาม

02 ม.ค. 2569 | 11:31 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ม.ค. 2569 | 11:31 น.

ราชกิจจานุเบกษา วันนี้ (2 มกราคม 2569) ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันออกเสียงประชามติ พร้อมวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมประเด็นคำถาม

KEY

POINTS

  • ราชกิจจานุเบกษา วันนี้ (2 มกราคม 2569) ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งทั่วไป
  • พร้อมประเด็นคำถามในการลงประชามติคือ "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือไม่"
  • การจัดประชามติในวันเดียวกับการเลือกตั้งมีขึ้นเพื่อประหยัดงบประมาณและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

ราชกิจจานุเบกษา วันนี้ (2 มกราคม 2569) ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันออกเสียงประชามติ มีเนื้อหาระบุว่า โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 166 บัญญัติให้ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร คณะรัฐมนตรีจะขอให้มีการออกเสียงประชามติในเรื่องใดอันมิใช่เรื่องที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับตัวบุคคลหรือคณะบุคคลใดก็ได้ 

ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ประกอบกับ คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า จะสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญโดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อให้สอดคล้อง กับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568 

คณะรัฐมนตรี จึงเห็นสมควรสนับสนุนการทำประชามติดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง เห็นว่ามีเหตุอันสมควรที่จะให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่งเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา 9 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564

ในการนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีประกาศกำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปแล้ว ซึ่งมาตรา 11 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 บัญญัติให้นายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีการ ออกเสียงประชามติ 

โดยกรณีที่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป อยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน อาจกำหนดให้วันออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งก็ได้ แต่ต้องไม่เร็วกว่าหกสิบวัน และไม่ช้ากว่าหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เว้นแต่กรณี ที่

คณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุผลความจำเป็นเกี่ยวกับงบประมาณหรือเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ คณะรัฐมนตรีอาจกำหนดวันแตกต่างจากที่กำหนดไว้ได้ ซึ่งในกรณีนี้คณะรัฐมนตรีเห็นว่ามีเหตุความจำเป็น ให้มีการออกเสียงประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป 

เพื่อเป็นการประหยัดและใช้งบประมาณแผ่นดินโดยคุ้มค่า เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากที่สุด รวมทั้งเป็นการช่วยลดภาระของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ต้องดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่แตกต่างกันด้วย 

ตลอดจนได้ส่งข้อมูลและสาระสำคัญ ในเรื่องที่จะให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่งเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้วเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 166 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 11 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ประกอบมาตรา 9 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 

คณะรัฐมนตรี จึงได้มีมติเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568 กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ในประเด็นคำถามว่า "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือไม่"  

จึงประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป