วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ที่จังหวัดอุดรธานี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วย น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ “จินนี่” และคณะทำงานพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเริ่มต้นที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อพบปะประชาชน รับฟังปัญหาเศรษฐกิจฐานราก และร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ประกาศเจตจำนงทางการเมืองของพรรคไทยสร้างไทยว่า พรรคมีเป้าหมายชัดเจนในการสร้าง “การเมืองสุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้” พร้อมย้ำว่า การทุจริตคอร์รัปชันคือ “มะเร็งร้าย” ที่กัดกินประเทศ และต้องกำจัดอย่างถึงราก
“ดิฉันไม่โกง และจะไม่ปล่อยให้ใครโกง คนเลวต้องไม่มีที่ยืนในสังคมไทย ที่เดียวที่อยู่ได้คือคุก พรรคไทยสร้างไทยขอให้สัญญาประชาคมกับพี่น้องประชาชนว่า เราจะยืนหยัดต่อสู้กับคนเลว ด้วยความกล้าหาญและจริงจัง” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว
จากนั้น หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยได้ประกาศ “5 มาตรการยาแรงปราบโกง” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายปฏิรูปประเทศด้านธรรมาภิบาลและต่อต้านคอร์รัปชัน ได้แก่
1.เพิ่มโทษประหารชีวิต สำหรับผู้ทุจริตร้ายแรง โดยเฉพาะนักการเมือง ข้าราชการ หรือผู้มีอำนาจที่ใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน
2.แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้ประชาชน 50,000 คน สามารถเข้าชื่อเสนอถอดถอนองค์กรอิสระหรือศาลรัฐธรรมนูญได้
3.ตั้งองค์กรตรวจสอบการทุจริตภาคประชาชน ทำงานคู่ขนานกับ ป.ป.ช. และ สตง. มีสมาชิกจากทุกภาคทั่วประเทศ ทำหน้าที่เสนอเรื่องตรวจสอบและสามารถฟ้องคดีเองได้ หากหน่วยงานรัฐไม่ดำเนินการ
4.พักใช้กฎหมาย-ระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน ของประชาชน 3–5 ปี พร้อมเร่งปรับปรุงกฎหมายที่ขัดขวางอาชีพสุจริต
5.ลดขนาดระบบราชการ อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และลดภาระงบประมาณของประเทศ
ในโอกาสเดียวกัน พรรคไทยสร้างไทยได้เปิดตัว ดร.บุญบารมี ราตรีวงค์ ว่าที่ผู้สมัคร สส. เขต 4 จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของภาคอีสาน โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนในพื้นที่
หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมทางการเมือง คณะของคุณหญิงสุดารัตน์ ได้เดินทางไปเยี่ยมชม ศูนย์การเรียนรู้วนเกษตรทุ่งฝน เพื่อสนับสนุนแนวทางเศรษฐกิจชุมชนและเกษตรยั่งยืน พร้อมเน้นย้ำว่า “การเมืองของพรรคไทยสร้างไทยต้องยืนอยู่ข้างประชาชนจริง ๆ ไม่ใช่ข้างทุนผูกขาด”
คุณหญิงสุดารัตน์ ยังเชิญชวนประชาชนที่เห็นด้วยกับแนวทาง “การเมืองสุจริต” มาร่วมเป็นสมาชิกพรรค เพื่อสร้างพลังในการขจัดทุนดำ และร่วมกันวางรากฐานระบบธรรมาภิบาลใหม่ให้ประเทศไทย
“ถึงเวลาที่คนดีต้องลุกขึ้นมา คนโกงต้องถูกลงโทษ ประเทศไทยต้องมีระบบที่ให้ประชาชนมีอำนาจตรวจสอบได้จริง” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวทิ้งท้าย