
29 ปี ถนนการเมือง 'อนุทิน' รวยขึ้น 2 พันล้าน จากเคยถูกแบนสู่ว่าที่นายกฯ
เจาะลึกเส้นทาง 29 ปี ชีวิตการเมืองของ 'อนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯคนที่ 32' จากที่ปรึกษารมต. ทั้งเคยถูกโทษแบน 5 ปี ผงาดนำพรรคภูมิใจไทย ทรัพย์สินย้อนหลังพบรวยขึ้นกว่า 2 พันล้านบาท
KEY
POINTS
- อนุทิน ชาญวีรกูล มีเส้นทางการเมืองยาวนาน 29 ปี เคยถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ก่อนจะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
- ทรัพย์สินส่วนตัวเพิ่มขึ้นกว่า 2.2 พันล้านบาทในช่วง 15 ปี (พ.ศ. 2547-2562) จากเดิมประมาณ 2 พันล้านบาท เป็นกว่า 4.2 พันล้านบาท
- ข้อมูลล่าสุดปี 2566 อนุทินมีทรัพย์สินส่วนตัวมูลค่ารวมกว่า 4.3 พันล้านบาท โดยมีทรัพย์สินที่น่าสนใจคือเครื่องบิน 3 ลำ พระเครื่อง 24 องค์ และนาฬิกา 24 เรือน
"อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32" ของประเทศไทย เป็นบุคคลที่มีบทบาทโดดเด่นในวงการการเมืองไทยมายาวนาน ด้วยทั้งเส้นทางอาชีพ ชีวิตการนักการเมืองและสถานะทางการเงินที่น่าจับตา
ฐานเศรษฐกิจ เจาะลึกประวัติชีวิต เส้นทางการเมือง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเขาตั้งแต่ปี 2539 หรือ ในช่วง 29 ปีที่ผ่านมา
ประวัติอนุทิน ชาญวีรกูล
รู้จักกันดีในชื่อเล่นว่า "หนู" และสื่อมวลชนนิยมเรียกว่า "เสี่ยหนู" เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2509 ณ กรุงเทพมหานคร เขาเป็นบุตรคนโตของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STECON
อนุทินสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ และระดับอุดมศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮอฟสตรา สหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2532 ก่อนจะศึกษา Mini MBA จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี พ.ศ. 2533
เส้นทางการเมืองอนุทิน ชาญวีรกูล
เสี่ยหนูเข้าสู่วงการการเมืองในปี พ.ศ. 2539 โดยเริ่มจากการเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคือ นายประจวบ ไชยสาส์น และต่อมาได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2547 และ พ.ศ. 2548 และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2547 ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร
อย่างไรก็ตาม เขาถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารของพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบในคดียุบพรรคการเมืองเมื่อปี พ.ศ. 2549
หลังพ้นกำหนดการตัดสิทธิ์ในปี พ.ศ. 2555 อนุทินได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคต่อจากนายชวรัตน์ผู้เป็นบิดาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555 และได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2566 และได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่พรรคการเมืองจะเสนอต่อรัฐสภา
ย้อนเส้นทางไปเมื่อปี พ.ศ. 2562 พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทินได้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเขาได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19
ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2566 พรรคภูมิใจไทยประกาศจุดยืนชัดเจนว่า จะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคที่มีนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และจะไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย
แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยได้เข้าร่วมรัฐบาล และนายอนุทินได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และได้สร้างวลีที่โด่งดังว่า "สั่งงานวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน"
ล่าสุด ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 นายอนุทินจะได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาชน 143 เสียง และพรรคอื่นๆ อีก 146 เสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่การสนับสนุนครั้งนี้อยู่ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) 5 ข้อ ที่พรรคประชาชนได้ลงนามร่วมกับพรรคภูมิใจไทย
โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือนหลังจากแถลงนโยบาย จัดทำประชามติเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และห้ามพรรคภูมิใจไทยพยายามเพิ่มเสียงเพื่อเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ขณะที่พรรคประชาชนยังคงยืนยันที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และจะไม่มีบุคคลจากพรรคประชาชนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
บัญชีทรัพย์สินในรอบ 20 ปี
ฐานเศรษฐกิจ รวบรวมข้อมูลบัญชีทรัพย์สินของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยต่อสาธารณะ แสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น
วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2547 (กรณีพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาลทักษิณ 1)
นายอนุทินแจ้งมีทรัพย์สินรวม 2,080,920,924.77 บาท และมีหนี้สิน 134,870,032.90 บาท ทำให้มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินสุทธิ 1,946,050,891.87 บาท
ทรัพย์สินประกอบด้วย เงินฝาก 331 ล้านบาท, เงินลงทุนในหลักทรัพย์ 1,021 ล้านบาท, เงินให้กู้ยืม 173 ล้านบาท, ที่ดิน 15 แปลง มูลค่า 89 ล้านบาท, สิ่งปลูกสร้าง 5 รายการ มูลค่า 112 ล้านบาท, ยานพาหนะ (รถยนต์ 6 คัน, เรือยนต์ 4 ลำ) มูลค่า 83 ล้านบาท, สิทธิและสัมปทาน 106 ล้านบาท, และทรัพย์สินอื่น 148 ล้านบาท.
ในขณะนั้น นางสนองนุช ชาญวีรกูล คู่สมรส (ณ เวลาดังกล่าว) แจ้งมีทรัพย์สินรวม 1,589,205,982.49 บาท ไม่มีหนี้สิน บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 2 คน มีทรัพย์สินรวม 8,197,005.94 บาท. รวมทรัพย์สินทั้งสิ้นของครอบครัว ณ เวลานั้น 3,678,323,913.2 บาท
ระหว่างปี พ.ศ. 2548-2550 (ในช่วงรัฐบาลทักษิณ 2)
เมื่อเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2548 นายอนุทินมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 2,130,530,820.27 บาท
เมื่อพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 นายอนุทินมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 1,499,016,195.06 บาท.
และหนึ่งปีหลังจากพ้นตำแหน่งในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2550 นายอนุทินมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 1,586,836,981.94 บาท.
25 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 (กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายอนุทิน (สถานะหย่า) แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 4,248,828,812.03 บาท และมีหนี้สิน 50,255,070.30 บาท ทำให้มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินสุทธิ 4,198,573,741.73 บาท
ทรัพย์สินที่สำคัญ ได้แก่ เงินลงทุน 2,908 ล้านบาท (รวมถึงใน บจก. เอสทีพีแอนด์ ไอ, บจก. ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น, บจก. สหมิตรเครื่องกล และกองทุนหลักทรัพย์ภัทร) และเงินให้กู้ยืม 159 ล้านบาท
มีรายได้ต่อปีรวม 45,829,275 บาท ส่วนใหญ่มาจากเงินปันผล และมีรายจ่ายต่อปีรวม 4,115,931 บาท.
วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2566 (กรณีพ้นตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร)
นายอนุทินและนางสาวธนนนท์ นิรามิษ (ผู้อยู่กินฉันสามีภริยา) แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 4,411,661,136 บาท และมีหนี้สิน 15,110,298 บาท
โดยนายอนุทินแจ้งมีทรัพย์สินส่วนตัว 4,372,173,094 บาท และมีหนี้สิน 14,592,154 บาท.
ทรัพย์สินส่วนตัวของนายอนุทินประกอบด้วย เงินฝาก 1,184 ล้านบาท (13 บัญชี), เงินลงทุน 721 ล้านบาท (ส่วนใหญ่ในสัญญาจัดการหุ้นส่วนหรือหุ้นของรัฐมนตรี), เงินให้กู้ยืม 159 ล้านบาท, ที่ดิน 13 แปลง มูลค่า 34 ล้านบาท
โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 60 ล้านบาท, ยานพาหนะ 749 ล้านบาท (รถยนต์ Rolls-Royce และ Porsche อย่างละ 1 คัน, เรือยนต์ 2 ลำ, เครื่องบิน 3 ลำ), สิทธิและสัมปทาน 1,251 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่น 210 ล้านบาท
ทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจของนายอนุทิน ได้แก่ เครื่องเบญจรงค์ 11 ตู้ (33.4 ล้านบาท), พระเครื่อง 24 องค์ (91.95 ล้านบาท), นาฬิกา 24 เรือน (65.79 ล้านบาท), แหวน 4 วง (4.7 ล้านบาท) และรูปติดข้างฝา 8 ภาพ (14 ล้านบาท)
นายอนุทินมีรายได้ต่อปี 2,290,040 บาท (เงินเดือนและเบี้ยประชุม) และรายจ่ายต่อปี 19,337,250 บาท (ค่าใช้จ่ายส่วนตัว, เบี้ยประกัน, เงินบริจาค, ค่าหย่า)
นางสาวธนนนท์ นิรามิษ แจ้งมีทรัพย์สินส่วนตัว 39,488,041 บาท และหนี้สิน 518,143 บาท.
วิเคราะข้อมูลทรัพย์สิน
จากการวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลทรัพย์สินของนายอนุทิน (เฉพาะส่วนตัว) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 (2,080,920,924.77 บาท) จนถึงปี พ.ศ. 2562 (4,248,828,812.03 บาท) พบว่าในช่วง 15 ปีดังกล่าว ทรัพย์สินของเขาเพิ่มขึ้นประมาณ 2,252 ล้านบาท และยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนถึงปี พ.ศ. 2566 ที่มีมูลค่า 4,372,173,094 บาท
อย่างไรก็ตามเมื่อ 19 มิ.ย. 2568 นายอนุทินลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แต่ป.ป.ช.ยังไม่มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นตำแหน่งดังกล่าวแต่อย่างใด






