thansettakij
thansettakij
ลุ้นพรุ่งนี้ วุฒิสภาลุยโหวต 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ - 1 กกต.ใหม่

ลุ้นพรุ่งนี้ วุฒิสภาลุยโหวต 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ - 1 กกต.ใหม่

21 ก.ค. 68 | 08:12 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ค. 68 | 08:55 น.

ลุ้นพรุ่งนี้ วุฒิสภาลงมติโหวตเห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ “สุธรรม เชื้อประกอบกิจ - สราวุธ ทรงศิวิไล” นั่ง 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” เป็น กกต.คนใหม่

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีการลงมติ กรณีมีสมาชิกเสนอญัตติขอให้ "ชะลอหรือเปลี่ยนระเบียบวาระ" ในการประชุมวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ที่จะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 2 ตำแหน่ง และ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีก 1 ตำแหน่ง โดยให้เหตุผลว่า อาจเกิดปัญหา "ผลประโยชน์ทับซ้อน" เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาหลายราย เป็นคู่ความหรืออยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบในองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง

หลังการประชุมลับ วุฒิสภามีมติ ไม่เห็นชอบกับญัตติชะลอวาระ ด้วยคะแนนเสียง 130 ต่อ 7 งดออกเสียง 13 เสียง ส่งผลให้วาระการพิจารณาบุคคลทั้ง 3 ราย ยังคงเดินหน้าตามกำหนดเดิมในวันพรุ่งนี้

สำหรับบุคคลที่เสนอชื่อให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ มีดังนี้

วาระที่ 1 : ให้ความเห็นชอบ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 ตำแหน่ง

ศาสตราจารย์ ร.ต.อ.สุธรรม เชื้อประกอบกิจ ศาสตราจารย์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

เพื่อแทน นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ครบวาระดำตำแหน่ง 9 ปี ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางราง และอดีตอธิบดีกรมทางหลวง

เพื่อแทน นายปัญญา อุดชาชน ที่ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ 26 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งตามกฎหมาย 7 ปี สิ้นสุดเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2565

วาระที่ 2 : ให้ความเห็นชอบ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 1 ตำแหน่ง 

นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ หัวหน้าคณะในศาลฎีกา

สำหรับ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ผ่านการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกา ให้เป็นบุคคลผู้เหมาะสมได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง แทน นายปกรณ์ มหรรณพ กรรมการ กกต. ซึ่งครบวาระเนื่องจากอายุครบ 70 ปี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568

ทั้งนี้ การประชุมและลงมติในวาระดังกล่าว จะมีขึ้นในวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ณ อาคารรัฐสภา โดยบุคคลที่ผ่านการเห็นชอบ ต้องได้คะแนนเสียงจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา