
ภูมิธรรม ถก ครม.รักษาการ เปิดสถานะยังได้รับเงินเดือน-ไม่ต้องยื่นทรัพย์สิน
ภูมิธรรม เวชยชัย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ประชุมครม.รักษาการ พรุ่งนี้ เปิดสถานะยังได้รับเงินเดือน แต่ยังไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน อำนาจรักษาการ บริหารราชการแผ่นดิน เท่าที่จำเป็น เกิดสถานการณ์คุกคามความมั่นคงของชาติ ประกาศภาวะฉุกเฉิน-กฎอัยการศึกได้
วันที่ 19 สิงหาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันพรุ่งนี้ (20 ส.ค.67) จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นปกติ
รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุม ครม. เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2567 ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของครม. ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดลงเฉพาะตัว
ทั้งนี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) เป็นเหตุให้รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 167 (1) ครม.ที่เหลือจึงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าครม.ที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ตามมาตรา 168 (1)
สำหรับแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของครม. ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ดังนี้
สถานะของครม.และรัฐมนตรี
- ครม.สิ้นสุดลง แต่ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป (ไม่เรียก รักษาการ และได้รับเงินเดือนแต่ยังไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน)
- ครม.ยังคงมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศเท่าที่จำเป็นทุกประการ กรณีมีสถานการณ์คุกคามความมั่นคงของชาติ ย่อมมีอำนาจหน้าที่จะประกาศมาตรการเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติได้ เช่น ประกาศภาวะฉุกเฉินหรือประกาศกฎอัยการศึก
- การลงชื่อตำแหน่งของรัฐมนตรี ยังคงลงชื่อในตำแหน่งเดิม ไม่ใช้เป็นการรักษาการหรือรักษาการในตำแหน่ง
หลักการเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี
- เรื่องที่เป็นนโยบายใหม่ ซึ่งมีผลผูกพันคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ไม่ควรพิจารณา
- เรื่องที่จำเป็น เร่งด่วน หรือเรื่องที่ต่อเนื่องให้พิจารณาดำเนินการเป็นเรื่อง ๆ ไป
ทั้งนี้ ข้าราชการการเมืองที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี พ.ศ.2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ผู้แทนการค้าไทยตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยผู้แทนการค้าไทย พ.ศ.2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และคณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตร 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย ซึ่งหากจะให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ให้ดำเนินการแต่งตั้งตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด




