thansettakij
thansettakij
นายกฯ แจง สว. จำเป็นจัดงบ 1.22 แสนล้าน แจกเงินดิจิทัลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายกฯ แจง สว. จำเป็นจัดงบ 1.22 แสนล้าน แจกเงินดิจิทัลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

06 ส.ค. 67 | 04:38 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ส.ค. 67 | 04:52 น.

นายกฯ แจงที่ประชุม สว. ถึงความจำเป็นจัดทำร่างพรบ.งบประมาณเพิ่มเติม วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท โครงการ “แจกเงินดิจิทัล” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ย้ำเป็นไปตามกฎหมาย กรอบวินัยการเงินการคลัง “วุฒิสภา”เว้นข้อบังคับตั้งกมธ.เพื่อเร่งคลอดกฎหมาย

วันนี้(6 ส.ค. 67) ในการการประชุมวุฒิสภา (สว.) มีวาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เพิ่มเติม กรอบวงเงิน 1.22 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่ผ่านการเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว โดยวุฒิสภาต้องพิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบภายใน 20 วัน หลังจากที่รับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว

ที่ประชุม ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธาน ได้เข้าสู่วาระ เมื่อเวลา 09.45 น. โดยได้ขอมติจากที่ประชุมให้เว้นการใช้ข้อบังคับการประชุม ในกรณีของการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา เพื่อให้การพิจารณาแล้วเสร็จได้ทันตามกรอบเวลา

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อที่ประชุม สว. ถึงหลักการและเหตุผลต่อร่างกฎหมายดังกล่าวตอนหนึ่ง โดยย้ำว่า รัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษาระดับการบริโภค และการลงทุนในประเทศโดยเร่งด่วน ไม่สามารถรองบประมาณปี 2568 ได้ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายประตุ้นเศรษฐกิจทั้งหมด ผ่านโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท

โดยยืนยันว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายวินัยการเงินการคลัง ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศ

 

ส่วนที่ต้องจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลนั้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวอย่างเชื่องช้า ให้เติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเม็ดเงินจำนวนมาก จะไหลจากภาครัฐ ไปยังภาคเอกชน เกิดการสั่งซื้อสินค้า และบริการ 

“เศรษฐกิจในไทยปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัว 2.0-3.0 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ และการฟื้นตัวการท่องเที่ยว การลงทุน และการส่งออกตามการฟื้นตัวของการค้าโลก แต่ก็ยังมีข้อจำกัด และปัจจัยเสี่ยง จากหนี้ภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และความผันผวนเศรษฐกิจโลก รัฐบาลจึงจำเป็นต้องดำเนินนโยบายขาดดุล”

ส่วนฐานะการคลัง และหนี้สาธารณะของประเทศนั้น นายกรัฐมนตรี ขณะนี้ หนี้สาธารณะของประเทศอยู่ที่ร้อยละ 63.78 หรือราว 11 ล้านล้านบาท ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะ ส่วนเงินคงคลังกว่า 394,000 ล้านบาท รัฐบาลจะบริหารเงินคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และบริหารให้มีประสิทธิภาพ 

เช่นเดียวกับ ฐานะและนโยบายการเงินของประเทศของไทย ยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งมาก มีเงินสำรองระหว่างประเทศกว่า 8 ล้านล้านบาท
“รัฐบาลจะใช้จ่ายเงินภาษีของประชนชนให้มีประสิทธิภาพ กระตุ้นเศรษฐกิจให้เม็ดเงินไหลสู่ประชาชน และภาคธุรกิจ สร้างความเจริญเติบโตให้ดับประเทศ พัฒนาศักยภาพอย่างยั่งยืน และเป็นไปตามกฎหมาย”นายกรัฐมนตรี ระบุ

โดยหลังชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาเสร็จ นายกฯ ได้ออกจากห้องประชุมเพื่อกลับมาประชุม ครม.ต่อ ที่ทำเนียบรัฐบาล

ต่อมา พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สมาชิกวุฒิสภา ได้ลุกขึ้นอภิปรยโดยตั้งข้อสงสัยถึงการการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เป็นการเพิ่มหนี้ให้กับประชาชนหรือไม่ และจากการลงพื้นที่ ประชาชนก็ยังสงสัยต่อการใช้เงินดิจิทัล และจะไปใช้จ่ายต่ออย่างไร ทำไมไม่จ่ายเป็นเงินสด

“จึงข้อสงสัยว่า จะเป็นการเอื้อประโยชน์จริงหรือไม่ และสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง หรือเป็นเพียงการหาเสียงล่วงหน้า” 

พล.ต.ท.บุญจันทร์ ยังชี้ว่า การเปิดลงทะเบียนนั้น อาจทำให้ประชาชนดีใจเล่น ๆ แต่การลงทะเบียนชาวบ้านต้องไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ 4,000 บาท จนเงินหายไปแล้ว 4,000 บาท จาก 10,000 บาท 

“การแจกเงินหมื่นจากรัฐบาล จะทำให้ประชาชนเสียนิสัย” สว.ผู้นี้แสดงความเห็นถึงนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล