
เบื้องหลังบอร์ดเงินดิจิทัล แบงก์ชาติ อัดระบบ Open Loop ไม่ชัด เสี่ยงกลโกง
เปิดรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet แบงก์ชาติ จัดหนัก อัดระบบ Open Loop ยังไม่ชัดเจน กังวลความเสถียร เสียงเป็นช่องว่างทุจริต กลโกง
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า ขณะนี้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet หรือ เงินดิจิทัลวอลเล็ต ได้เสนอรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายฯ ครั้งที่ 3/2567 ให้กรรมการพิจารณารับรองรายงานการประชุม และเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา
รายงานฉบับนี้แจ้งเนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับการประชุมครั้งดังกล่าว ซึ่ง นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประชุมผู้แทน ผู้ว่าการฯ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาและดำเนินการระบบการเติมเงินและใช้จ่ายในลักษณะที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบธนาคารและผู้ให้บริการชำระเงินรายอื่น (Open Loop) เพื่อใช้ในโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ถือเป็นระบบที่มีความซับซ้อน และต้องเชื่อมโยงกับระบบต่าง ๆ จำนวนมาก
ทั้งนี้หากระบบดังกล่าวติดขัด ไม่มีเสถียรภาพ หรือไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ จะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของประชาชนและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ และส่งผลกระทบเสถียรภาพของระบบการชำระเงินโดยรวม
รองผู้ว่าฯ ธปท. ยังระบุถึงข้อมูลที่ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. ได้นำเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาและดำเนินการระบบทั้งหมดของโครงการ ด้วยว่า เป็นการอธิบายระบบในภาพรวมที่ค่อนข้างกว้าง โดยเฉพาะในประเด็นที่กล่าวถึงเรื่อง Open Loop ที่ยังต้องไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และยังไม่มีรายละเอียดที่แน่ชัดในการออกแบบโครงสร้าง สถาปัตยกรรมของระบบที่จะต้องเชื่อมโยงกัน
รวมถึงการพัฒนาระบบให้รองรับเงื่อนไขต่าง ๆ ของโครงการฯ บางส่วนยังมีความไม่ชัดเจน ทั้งนี้ ระบบถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการฯ ซึ่งจะต้องมีความเสถียรและสามารถป้องกันการทุจริต โดยเฉพาะกลโกง (Fraud) ต่าง ๆ ได้
นอกจากนี้ มีข้อห่วงใยเกี่ยวกับระยะเวลาในการพัฒนาระบบที่ต้องรองรับโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งจะต้องมีบุคลากรที่เข้ามาดำเนินการจำนวนมาก และยังไม่เห็นความชัดเจนในเรื่องกรอบเวลาว่าจะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จเมื่อใด จึงเห็นว่าในเรื่องการพัฒนาและดำเนินการระบบยังคงมีรายละเอียดที่ต้องหารืออีกมาก
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ ดร.อาศิส อัญญะโพธิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สพร. ต้องชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในประเด็นกรอบระยะเวลาของระบบการลงทะเบียน สพร. ประเมินแล้วว่าสามารถเริ่มลงทะเบียนร้านค้าและประชาชนได้ทันภายในเดือนกันยายน 2567
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาระบบในส่วนของการ Open Loop ยังคงต้องหา ข้อสรุปและหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป
จากนั้น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เสริมว่า จากการหารือในชั้นของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนฯ ยังคงยืนยันในกรอบเวลาที่จะสามารถดำเนินการได้ทันตามกำหนด แต่อย่างไรก็ตาม ในแง่ความมั่นคงของตัวระบบก็เป็นสิ่งสำคัญ ทาง สพร. ก็ได้ยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้ครบถ้วนตามกรอบที่ได้มีข้อสังเกตกันไว้ ซึ่งตามกรอบระยะเวลาในการพัฒนาระบบของโครงการฯ จะเป็นระยะเวลาภายใน 4 - 5 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ คิดว่าจะสามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้
รองผู้ว่าฯ ธปท. ยังย้ำต่อที่ประชุมว่า ธปท.ยังคงมีข้อห่วงใยเกี่ยวกับการพัฒนาและดำเนินการระบบ อาจมีการทุจริตในลักษณะของ Digital Fraud เกิดขึ้น ซึ่งประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ของ ธปท. ในประเด็นเสถียรภาพและประสิทธิภาพของระบบการชำระเงิน จึงจะขอนำข้อมูลไปศึกษาเพิ่มเติมก่อนจะให้ความเห็นชอบในส่วนที่ ธปท. รับผิดชอบโดยตรงต่อไป
ทั้งนี้ ธปท. ขอเรียนว่าในการพิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบหลักการของโครงการฯ คณะกรรมการนโยบายฯ ควรมีข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
ในช่วงท้ายของการประชุม รองผู้ว่าฯ ธปท. ระบุว่า จะขอพิจารณาร่างมติที่ประชุมก่อนได้หรือไม่ โดยจะขอตรวจสอบการบันทึกความเห็นและข้อสังเกตของ ธปท. เพื่อความถูกต้องครบถ้วน
ล่าสุดฝ่ายเลขาของคณะกรรมการฯ ก็ได้ ได้เวียนรายงานการประชุมคณะกรรมการฯ ให้กรรมการพิจารณารับรองรายงานการประชุมแล้ว โดยผู้แทน ธปท. ขอแก้ไขรายงานการประชุมฯ ซึ่งฝ่ายเลขานุการฯ ได้แก้ไขรายงานการประชุมเรียบร้อยแล้ว และได้เสนอเข้ามาให้ที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมในระหว่างการประชุมบอร์ดเงินดิจิทัลวอลเล็ต เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา





