
รัฐบาลเศรษฐา จ่อ แถลงผลงานครบ 1 ปี ตั้ง รองปลัดกระทรวง ตามงาน-ข้อสั่งการนายกฯ
“หมอมิ้ง” ตั้ง รองปลัดกระทรวง ตามนโยบายรัฐบาลเศรษฐา-ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี “จัดทำผลงานรัฐบาลประจำปี” หลังทำงานมาแล้ว 9 เดือน
รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี บริหารราชการแผ่นดินผ่านไปแล้วเกือบ 9 เดือนเต็ม อีกเพียงหนึ่งไตรมาสจะครบ 1 ปีเต็ม - ปรับครม.ไปแล้ว 2 ครั้ง แบบทุลักทุเล
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ล่าสุดสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ส่งหนังสือเวียน ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/ว 236 เรื่อง การรายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ถึง 6 รองนายกรัฐมนตรี 2 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีทุกกระทรวง ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง-องค์กรอิสระทุกระด้บ
สืบเนื่องจาก นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี แนบท้ายด้วยนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา 7 ข้อใหญ่ พร้อมกับระบุ “หน่วยงานหลัก-หน่วยงานสนับสนุน” และ “หน่วยงานประสานงานหลัก” ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567
โดยมอบหมายให้มีหน่วยงานเจ้าภาพหลักและหน่วยงานสนับสนุนของแต่ละนโยบาย เพื่อรายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี และให้รายงานผลการดำเนินงานผ่านระบบติดตามการดำเนินงานตามนโยบายและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
และให้กระทรวงหรือส่วนราชการเทียบเท่าระดับกระทรวง มอบหมายผู้แทนระดับรองปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าเป็น “ผู้ประสานงานการติดตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี” หรือ “ปกตน.”
ทั้งนี้ให้ ปกตน.ทำหน้าที่ประสานงานกับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และรายงานผลการดำเนินงานเพื่อ “จัดทำผลงานรัฐบาลประจำปี” ร่วมกับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่อไป
สำหรับนโยบาย "รัฐบาลเศรษฐา" ที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 ประกอบด้วย 7 นโยบายข้อใหญ่-ข้อย่อย
- นโยบายที่จะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์
- กรอบระยะสั้น : นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น นโยบายเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านเงินดิจิทัลวอลเล็ต
- กรอบระยะสั้น : นโยบายเร่งด่วน เช่น การแก้ปัญหาหนี้สินทั้งในภาคเกษตร ภาคธุรกิจและภาคประชาชน ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน การผลักดันการสร้างรายได้จาการท่องเที่ยว การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
- กรอบระยะกลางและระยะยาว : สร้างรายได้ เช่น การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เจรจาการค้าและปรับปรุงกระบวนการอนุมัติโครงการลงทุน การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ การจัดทำ Matching Fund เพื่อการลงทุนใน Start-up การพัฒนาเศรษฐกิจการค้าชายแดน การลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นที่ของประเทศ
- กรอบระยะกลางและระยะยาว : สร้างและขยายโอกาส เช่น การเร่งดำเนินการให้ประชาชนมีสิทธิ์ในที่ดินทำกิน เช่น การยกเลิกกฎหมายที่ไม่จำเป็น เปลี่ยนเป็นรัฐสนับสนุน การบริหารในรูปแบบกระจายอำนาจ (ผู้ว่า CEO) การปรับปรุงการทำงานของภาครัฐให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล นโยบาย Soft Power
- กรอบระยะกลางและระยะยาว : ความมั่นคงและการต่างประเทศ ปราบปรามยาเสพติด ทรัพยากรธรรมชาติ สาธารณสุขและการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น การวางบทบาทในเวทีโลก การพัฒนากองทัพ เกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ-ลดกำลังนายพล ปราบยาเสพติด-ผู้มีอิทธิพล ฝุ่น PM 2.5 ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค สวัสดิการโดยรัฐ
- การวางรากฐานและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เช่น ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เปิดกว้างและเปิดรับความหลากหลาย การลดความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย สร้างสันติภาพ-ปกป้องสิทธิมนุษยชน การมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน




