
กาง 8 กฎเหล็ก เงื่อนไข "ทักษิณ" พักโทษ-คุมประพฤติ ซุกจันทร์ส่องหล้า
กาง 8 เงื่อนไข กฎเหล็ก พักโทษ "ทักษิณ ชินวัตร" ที่ต้องคุมประพฤติ-รายงานตัว หลังพ้นเรือนจำ-ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ กลับไปซุก "บ้านจันทร์ส่องหล้า"
18 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 00.01 น. ทุกสายตา ทั้งคนรัก-คนชัง จับตาไปที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 วันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” นักโทษเด็ดขาด ได้รับการ “พักโทษ” สถานที่ควบคุมประพฤติ คือ “บ้านจันทร์ส่องหล้า”
ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการคุมความประพฤติ พ.ศ.2560 กำหนดตารางชีวิตประจำวัน-กฎหมาย ของ “ทักษิณ” ระหว่างได้รับการ “พักโทษ” หลังจากนี้
หมวด 3 ผู้ถูกคุมความประพฤติที่เป็นนักโทษเด็ดขาด ส่วนที่ 1 การรับคดี ข้อ 53 เมื่อสำนักงานคุมประพฤติได้รับคำสั่งให้คุมความประพฤตินักโทษเด็ดขาดที่ได้รับการพักโทษและลดวันต้องโทษจำคุก ให้เจ้าหน้าที่ธุรการดำเนินการเบื้องต้น ดังนี้
- จัดทำทะเบียนคดีและตรวจสอบข้อมูลบุคคล
- ตรวจสอบประวัติการกระทำความผิด
- จัดทำสำนวนคดีโดยการรวบรวมเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วน
- นำเข้าข้อมูลในระบบสารสนเทศ และสารบบคดีของสำนักงานคุมประพฤติ
ส่วนที่ 2 การชี้แจงเงื่อนไขการคุมความประพฤติ การปฐมนิเทศและการดำเนินการเบื้องต้น
ข้อ 59 ให้พนักงานคุมประพฤติดำเนินการเบื้องต้นแก่ผู้ถูกคุมประพฤตินักโทษเด็ดขาด ดังต่อไปนี้
- บันทึกถ้อยคำผู้ถูกคุมความประพฤตินักโทษเด็ดขาด ตามแบบที่กรมคุมประพฤติกำหนด
- ดำเนินการเกี่ยวกับตัวผู้ถูกคุมความประพฤตินักโทษเด็ดขาด เช่น ถ่ายภาพ พิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจร่างกาย เก็บตัวอย่างปัสสาวะ เส้นผม หรือขน เพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์บุคคลและเป็นฐานข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขฟื้นฟู
ส่วนที่ 4 การดำเนินการคุมความประพฤติและการแก้ไขฟื้นฟู ข้อที่ 63 การดำเนินการตามแผนการคุมความประพฤติ ให้พนักงานคุมประพฤติดำเนินการ ดังนี้
- จัดให้ผู้ถูกคุมความประพฤติปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ เช่น การรายงานตัว การประกอบอาชีพ เงื่อนไขให้กระทำการ หรือห้ามกระทำการ
ทั้งนี้ ผู้ถูกคุมประพฤติจะต้องประพฤติปฏิบัติตามเงื่อนไข 8 ข้อ หากประพฤติผิดเงื่อนไขจะถูกนำตัวกลับมาคุมขังไว้ในเรือนจำตามเดิม และจะถูกลงโทษทางวินัย
1.จะต้องพักอาศัยอยู่ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้กับเรือนจำ
2.ห้ามออกนอกเขตท้องที่ที่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต
3.ห้ามประพฤติตนเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน ดื่มสุรา ยาเสพติด และกระทำผิดอาญาขึ้นอีก
4.ประกอบอาชีพโดยสุจริต
5.ปฏิบัติตามลัทธิศาสนา
6.ห้ามพกพาอาวุธ
7.ห้ามไปเยี่ยมบ้านหรือติดต่อกับนักโทษอื่นที่ไม่ใช่ญาติ
8.ให้ไปรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติเรือนจำ เจ้าพนักงานปกครอง หรือหัวหน้าสถานีตำรวจทุกเดือน
- ให้ดำเนินการสอดส่องยังที่พักอาศัยหรือสถานที่ทำงาน หรือสถานที่อื่นใด เพื่อเยี่ยมเยียน ติดตาม ดูแล ให้ผู้ถูกคุมความประพฤติปฏิบัติตามเงื่อนไขและสามารถแก้ไขปรับปรุงตนเองได้
- ในกรณีที่ผู้ถูกคุมความประพฤติไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด หรือพฤติการณ์ที่เกี่ยวกับการคุมความประพฤติของผู้ถูกคุมความประพฤติเปลี่ยนแปลงไป ให้ดำเนินการตรวจสอบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และให้จัดทำรายงานและความเห็นต่อคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์โดยเร็ว
ข้อ 64 การดำเนินการตามแผนการแก้ไขฟื้นฟู ให้เป็นไปตามสภาพปัญหาความจำเป็นและความต้องการของผู้ถูกควบคุมประพฤติแต่ละราย เช่น การให้คำปรึกษารายบุคคล หรือรายกลุ่ม การจัดให้เข้ารับการอบรมความรู้ การทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ การให้การสงเคราะห์ เพื่อให้สามารถดำรงตนอยู่ในสังคมได้
ข้อ 68 ในคดีที่มีผู้เสียหาย หากผู้ถูกคุมความประพฤติ หรือผู้เสียหาย ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอให้มีการดำเนินการเพื่อนสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ และอีกฝ่ายหนึ่งยินยอมให้จัดให้มีการดำเนินการดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินการเพื่อสร้างความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์
ส่วนที่ 5 การติดตามและประเมินผล ข้อ 70 ให้พนักงานคุมประพฤติติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามแผนการคุมความประพฤติเป็นระยะในระหว่างการคุมความประพฤติ เพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์กำหนด
กรณีผู้ถูกควบคุมความประพฤติมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ให้พนักงานคุมประพฤติพิจารณาปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในทางที่เป็นประโยชน์กับผู้ถูกคุมความประพฤติได้ เช่น ลดจำนวนครั้งในการรายงานตัว
ข้อ 71 ให้พนักกงานคุมประพฤติติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามแผนการแก้ไขฟื้นฟูเป็นระยะในระหว่างการคุมความประพฤติ โดยประเมินผลตามสภาพปัญหา ความจำเป็นและความต้องการ หรือระดับความเสี่ยงหรือแนวโน้มการกระทำความผิดซ้ำ หากพบว่ามีข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป ให้ปรับแผนการแก้ไขฟื้นฟูตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับแผน
ส่วนที่ 6 การจัดทำรายงาน ข้อที่ 72 ให้พนักงานคุมประพฤติจัดทำรายงานและความเห็นการคุมความประพฤติในกรณี ดังต่อไปนี้
- ให้พ้นการคุมความประพฤติ ในกรณีที่ผู้ถูกคุมความประพฤติปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน โดยจัดทำรายงานและความเห็นภายใน 7 วัน อย่างช้าไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่ผู้ถูกคุมความประพฤติปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนและครบระยะเวลาการคุมความประพฤติ
- ในกรณีที่ผู้ถูกคุมความประพฤติไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมความประพฤติ ให้จัดทำรายงานและความเห็นให้ทราบทันที




