
ครบแล้ว 98 ส.ว.ร่วมลงชื่อซักฟอกรัฐบาล ยื่นญัตติ 22 ม.ค. 67
"เสรี สุวรรณภานนท์"อัดเดทล่าสุดมี ส.ว. 98 คน ร่วมลงชื่อเสนอญัตติซักฟอกรัฐบาลโดยไม่ลงมติ มีสายทหารร่วมด้วย เตรียมยื่นญัตติต่อประธานวุฒิสภา เช้า 22 ม.ค.นี้
วันนี้(16 ม.ค. 67) เวลา 16.40 น. นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะแกนนำเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาลโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 153 ของรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าชื่อเพื่อเสนอญัตติ ที่ต้องใช้เสียงส.ว.สนับสนุนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง ว่า จากการตรวจสอบรายชื่อทั้งหมดล่าสุด พบว่ามี ส.ว. ร่วมเข้าชื่อรวม 98 คน
อย่างไรก็ตาม การเปิดรับรายชื่อดังกล่าวจะยังคงมีต่อไป จนถึงวันที่ 22 ม.ค. ก่อนจะนำญัตติยื่นต่อ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เวลา 09.30 น.
นายเสรี แสดงความมั่นใจว่า จะไม่มี ส.ว.ถอนชื่อ หากมีถือเป็นสิทธิ แต่อาจจะเสียคน ส่วนเสียงที่เกินมา 14 เสียง จาก 84 เสียง ถือว่าอุ่นใจได้ และมีเยอะอยู่ในระยะที่ปลอดภัย
สำหรับส.ว.สายทหาร ร่วมลงชื่อหลายคน อาทิ พล.อ.อู๊ด เบื้องบน พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ พล.อ.บุญธรรม โอริส เป็นต้น ส่วนส.ว.ที่จะร่วมอภิปราย จะมีหารือกันอีกครั้งว่าจะมีใครเป็นผู้อภิปรายบ้างในหัวข้อใด
สำหรับรายละเอียดของญัตติดังกล่าว เบื้องต้นระบุว่า รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2566 และบริหรราชการแผ่นดิน 4 เดือน แต่ไม่ได้แก้ปัญหาสำคัญตามนโยบายที่แถลง รวมถึงปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นภายหลังจากการแถลงนโยบาย ดังนี้
1.ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องประชาชน อาทิ การสร้างงานสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนให้ประชาชน รวมถึงการแก้ปัญหาความยากจนที่ตั้งคำถามถึงแนวทางการทำงานของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม , สภาพปัญหาการทำนโยบายเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ที่ชอบด้วยกฎหมายไม่สร้างภาระหนี้ให้ประชาชน, การแก้หนี้นอกระบบ ที่ไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาต้นตอในระดับครัวเรือน, การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมประมง, การสร้างรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติ
2.ปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย อาทิ การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังตามคำพิพากษาที่สะท้อนกระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน, การทุจริตคอร์รัปชัน, ยาเสพติด, การลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์, การเปลี่ยน ส.ป.ก.เป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรที่เอื้อประโยชน์ให้นายทุน จะรับมืออย่างไร
3. ปัญหาด้านพลังงาน อาทิ การจัดการราคาค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม และน้ำมัน ปัญหากลุ่มทุนพลังงานที่มีอิทธิพลต่อการเมือ งส่งผลให้ประชาชนแบกรับภาระต้นทุนราคาเชื้อเพลิง ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับประเทศเพื่อนบ้าน
4.ปัญหาการศึกษาและสังคม อาทิ การปฏิรูปการศึกษา ผ่านร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ, การแก้ปัญหาหนี้สินครู การจัดหลักสูตรการศึกษาให้ประชาชนเข้าใจในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ปัญหาการดูแลผู้สูงวัย ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส
5.ปัญหาการต่างประเทศและท่องเที่ยว อาทิ ปัญหาจีนเทาที่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ, การไม่เลือกข้างความขัดแย้งของรัฐบาล, มาตรการคุ้มครองความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว
6.ปัญหาแก้รัฐธรรมนูญ ในประเด็นความชัดเจน ต้องการคำอธิบายการดำเนินการที่เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อประโยชน์ประชาชนและพัฒนาประเทศ
และ 7. ปัญหาการปฏิรูปประเทศ แนวทางของรัฐบาลต่อการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ
“ปัญหาข้างต้นเป็นปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่เร่งด่วน ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาโดยทันที เพราะส่งผลต่อการขับเคลื่อน ยกระดับกาารพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และ คุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงบรรลุเป้าหมายให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี มีรายได้เพิ่ม” รายละเอียดของญัตติที่เตรียมเสนอระบุไว้





