
ตร.สั่งจัดกำลัง 1.5 หมื่นนาย พร้อมอาวุธพิเศษ รถคุมผู้ต้องหา รับม็อบ 14 ตุลาฯ
รองผบ.ตร. สั่งจัดกำลัง 1.5 หมื่นนาย รับม็อบคณะราษฎร 14 ตุลาฯ พร้อมอาวุธพิเศษ รถควบคุมผู้ต้องหาขนาดเล็ก ด้านผบ.ชน. ปัดข่าวออกหมายจับแกนนำม็อบ 19 กันยา
เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้มีบันทึกข้อความถึง ผบช.น.,ภ.1-9 และ ตชด. อ้างถึงหนังสือ บช.น. ลงวันที่ 7 ต.ค.2563 ขอรับการสนับสนุนกองร้อยควบคุมฝูงชน จำนวน 95 กองร้อย หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ 14,725 นาย จาก ตร. เพื่อปฏิบัติภารกิจการรักษาความปลอดภัยและการรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมการชุมนุมคณะราษฎร ที่เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุม "เพราะเราทุกคนคือคณะราษฎร และคณะราษฎรยังไม่ตาย" ในวันที่ 14 ต.ค.2563 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ผีเสื้อขยับปีก”ม็อบ 14 ต.ค.63 ม้วนเดียวจบ หรือม็อบจบม้วนเดียว
“ธนาธร”ยันคณะก้าวหน้าร่วม”ม็อบ14 ต.ค.”แต่ไม่ขึ้นเวที
ม็อบ 14 ตุลาฯ“คณะราษฎร 2563”ประกาศชุมนุมยืดเยื้อ
เปิดกำหนดการ ”ม็อบ-กิจกรรมการเมือง” 9 ต.ค. 63
เพื่อให้การดูแลการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และสนับสนุนภารกิจของ บช.น. จึงให้หน่วยต่างๆ ดำเนินการดังต่อไปนี้
1.ให้หน่วยจัดกำลังควบคุมฝูงชน (คฝ.) พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ประจำกาย สนับสนุน บช.น. จำนวน 95 กองร้อย ใช้ยอดกำลังพลดังต่อไปนี้ ตชด.จำนวน 12 กองร้อย ภ.1 จำนวน 9 กองร้อย ภ.2 จำนวน 10 กองร้อย ภ.3 จำนวน 13 กองร้อย ภ.4 จำนวน 13 กองร้อย ภ.5 จำนวน 9 กองร้อย ภ.6 จำนวน 12 กองร้อย ภ.7 จำนวน 9 กองร้อย และ ภ.9 จำนวน 8 กองร้อย
โดยให้ร้อย คฝ. ที่สนับสนุนดำเนินการดังนี้
1.จัดเตรียมอุปกรณ์อาวุธพิเศษ ระดับกองร้อย (อัตรา 1 หมวด)
2.จัดเตรียมรถควบคุมผู้ต้องหาขนาดเล็ก พร้อมพลขับ กองร้อยละ 1 คัน
3.จัดชุดเจราจรต่อรองกองร้อยละ 3 นาย โดยมีนายตำรวจสัญญาบัตรเป็นผู้ควบคุม
ทั้งนี้ให้กำลัง คฝ. (ผบ.ร้อย) ที่สนับสนุน บช.น. รายงานตัวในวันจันทร์ที่ 12 ต.ค.2563 โดยให้สอบถามเวลา สถานที่ และประสานการปฏิบัติกับ พ.ต.ต.อนันต์ จันทร์ศรี สว.ฝอ.3 บก.อก.บช.น.
ส่วนกระแสข่าวในโลกออนไลน์สะพัดว่าตำรวจได้ออกหมายจับแกนนำกลุ่มชุมนุม จากการตรวจสอบพบว่าทางพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบนั้นยังอยู่ระหว่างการรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินขั้นตอนตามกฎหมาย
ขณะที่ พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีการแจ้งข้อหาใดบ้าง ส่วนที่มีการประสานงานไปที่ศาลอาญา เพื่อมีการดำเนินการขอออกหมายจับนั้น อาจจะเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกัน แต่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ยืนยันว่ายังอยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ ยังไม่มีการออกหมายจับกุมแกนนำม็อบดังกล่าวแต่อย่างใด






