svasdssvasds

"ธาริต" ซีด! ศาลฎีกาสั่งจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญาคดีหมิ่นฯ "สุเทพ"

14 ธ.ค. 2561 เวลา 5:35 น. 364
"ธาริต เพ็งดิษฐ์" ซีด! ศาลฏีกาสั่งจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นประมาท "สุเทพ" ปมสร้างโรงพัก 396 แห่ง คุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที

วันที่ 14 ธ.ค. 2561 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้พิพากษาสั่งจำคุก นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา และเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายธาริตไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที

ในคดีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตเลขาธิการ กปปส. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328

กรณีดังกล่าวเกิดจาก นายธาริตได้แถลงข่าวทำนองว่า นายสุเทพสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำสัญญาก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ 396 แห่ง เป็นรายภาค ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอมา แต่กลับให้รวมสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างเพียงรายเดียว ทำให้ บริษัท พีซีซี ดิเวลล็อปเม้นท์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล จนเกิดปัญหาที่ไม่สามารถก่อสร้างได้เสร็จทันตามกำหนด ก่อนที่นายสุเทพจะได้ยื่นฟ้องเป็นคดีหมิ่นประมาท


ธาริต2

สำหรับคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาวันที่ 26 มี.ค. 2558 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า การแถลงข่าวของจำเลยเป็นการตรวจสอบโครงการก่อสร้างโรงพักและให้ความเห็นในทางกฎหมายในฐานะอธิบดีดีเอสไอ ไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้กระทำการทุจริต การแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์ของจำเลยเป็นการสรุปความคืบหน้าของคดีตามพยานหลักฐาน ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ และเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท นายสุเทพจึงอุทธรณ์ต่อ

ต่อมาวันที่ 3 พ.ค. 2559 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง โดยเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังเพียงพอได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ก่อนที่นายสุเทพจะได้ฎีกาต่อ

ทั้งนี้ ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า การแถลงข่าวเรื่องเกี่ยวกับการเสนอราคาในการประมูลโครงการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง ของนายธาริต เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทนายสุเทพ ตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้ง 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ส่วนที่จำเลยขอถอนคำให้การเป็นการรับสารภาพ ไม่อาจถอนคำให้การได้ในชั้นฎีกา ให้ยกคำร้อง ส่วนที่จำเลยอ้างว่า ได้มีการบรรเทาผลร้ายและการเจรจาไกล่เกลี่ยเป็นผลสำเร็จ มีการทำตามข้อตกลงสิทธิในการดำเนินคดีอาญาต้องระงับไป ศาลเห็นว่ายังอยู่ระหว่างการเจรจาไกล่เกลี่ย และการเจรจาไกล่เกลี่ยต้องคำนึงถึงคู่ความทั้ง 2 ฝ่าย เมื่อโจทก์ไม่ประนีประนอม ให้จำเลยนำเงินวางคืนได้

แอดฐานฯ