svasdssvasds

นายกฯเตรียมลงพื้นที่อีสาน จับเข่าคุยรับฟังเสียงสะท้อนประชาชน

19 ส.ค. 2560 เวลา 8:28 น. 111
นายกฯ เตรียมลงพื้นที่อีสาน เน้นจับเข่าคุยรับฟังเสียงสะท้อนประชาชน ชูเป้าหมายพัฒนามิติใหม่ภาคอีสานสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง แนะคนไทยร่วมมือ ปรองดองสามัคคี มุ่งมั่นพัฒนาประเทศร่วมกัน

[caption id="attachment_197109" align="aligncenter" width="470"] พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด[/caption]

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงเหตุผลการเลือกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ของพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 21-22 สิงหาคมนี้ที่จังหวัดนครราชสีมาก่อนจังหวัดอื่นๆว่า เนื่องจากนครราชสีมาเป็นประตูสู่ภาคอีสานและเป็นศูนย์กลางของภาคอีสานตอนล่างโดยภาคอีสานนี้ถือเป็นภูมิภาคสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศ เพราะมีพื้นที่เพาะปลูกที่กว้างขวางเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน มีเส้นทางการคมนาคมที่พร้อมมีประวัติศาสตร์ขนบธรรมเนียมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีธรรมชาติที่สวยงาม ผู้คนเป็นมิตร เข้มแข็ง อดทน หนักเอาเบาสู้ และมีฝีมือ

“นายกฯ ระบุว่า สภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ในประเทศมีความแตกต่างกันไป ดังนั้น การลงพื้นที่จะทำให้เข้าใจปัญหาและจับเข่าพูดคุยกันได้มากขึ้นเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนถึงบ้านรวมทั้งติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายและมาตรการต่าง ๆของรัฐบาลว่าประสบผลสำเร็จหรือมีอุปสรรคอย่างไร เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขให้ตรงจุด ตามยุทธศาสตร์เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ของในหลวงรัชกาลที่ 9”

นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่าเป้าหมายของการพัฒนาภาคอีสานของรัฐบาลนี้คือการสร้างมิติใหม่ให้ภาคอีสานเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงโดยนำปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่เข้าสู่กระบวนการแก้ไขและต่อยอดไปสู่สิ่งใหม่ ประกอบด้วย การบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนอีสาน การแก้ปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย การแก้ปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี การพัฒนาเกษตรอินทรีย์และอาหารปลอดภัยโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิคุณภาพสูงการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการพัฒนาสินค้า OTOP วิสาหกิจชุมชน

“สำหรับ จ.นครราชสีมา จะมุ่งเน้นให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในด้านอุตสาหกรรม การเกษตร การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน และพลังงานสะอาด ผ่านโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไทย – จีน) กทม.–นครราชสีมา มอเตอร์เวย์ กทม–นครราชสีมา โครงการอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน การยกระดับสินค้าผ้าไหมและผ้าย้อมคราม ส่งเสริมอุตสาหกรรมแฟชั่น การเพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำบึงกระโดนและลำเชียงไกร(ตอนล่าง) การลงทุนค้าขายเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC และ กทม. เป็นต้น”

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า การสร้างอนาคตที่ดีของประชาชนและความเจริญก้าวหน้าของประเทศโดยเฉพาะภาคอีสานนั้น ขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมใจของทุกคน รัฐบาลกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและการปฏิรูปประเทศจะเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมใน 5 ปีข้างหน้าโดยขณะนี้เรากำลังเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งที่จะได้มาซึ่งรัฐบาลที่โปร่งใส ยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน ดังนั้น หากคนไทยมีความปรองดองและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศร่วมกัน ก็เชื่อว่าจะไปสู่เป้าหมายได้โดยไม่ยากนัก