
เจาะระบบเตือนภัยล่วงหน้า Early Warning ของไทย
เจาะลึกระบบเตือนภัยล่วงหน้า Early Warning ของประเทศไทย เพื่อใช้รับมือภัยพิบัติ ล่าสุดพบติดตั้งทั้งหมด 63 จังหวัดทั่วประเทศ
ภาพมวลน้ำมหาศาลไหลเข้าท่วมอย่างฉับพลันในอำเภอแม่สาย ไปจนถึงอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย บ้านเรือนประชาชนจำนวนมากจมอยู่ใต้น้ำ แม้ว่าล่าสุดสถานการณ์น้ำท่วมแม่สายขณะนี้จะลดลงเเล้ว เเต่คำถามที่เกิดขึ้นคือ เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติทำไมการเตือนภัยยังไร้ประสิทธิภาพ
"เรามีระบบแจ้งเตือนในระดับที่ดีอยู่แล้ว แต่บางทีภัยก็มาเร็วเกินคาด" นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าว
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า โดยเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2513-2562 เกิดภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ภูมิอากาศ หรือทางน้ำทุกวัน จำนวนภัยพิบัติเพิ่มขึ้น 5 เท่าในช่วง 50 ปี (2450-2562) ภัยพิบัติทั้งหมด 50% ที่เกิดขึ้นในช่วง 50 ปี มีสาเหตุมาจากสภาพอากาศ ภูมิอากาศ และอันตรายทางน้ำ
"ระบบเตือนภัยล่วงหน้า" Early Warning
"ระบบเตือนภัยล่วงหน้า" เป็นกลไกที่ช่วยในการคาดการณ์ เฝ้าระวัง และแจ้งเตือนเหตุการณ์ที่อาจเป็นอันตรายก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง ไม่เพียงแต่ช่วยลดความสูญเสียทางชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของชุมชนและสังคม ด้วยการให้เวลาและข้อมูลที่จำเป็นแก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมพร้อมและตอบสนองต่อภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง
โดยทำให้ความเสียหายอันเกิดจากภัยพิบัติสามารถลดลงได้ถึง 30% หากมีการออกคำเตือนล่วงหน้าภายใน 24 ชั่วโมง นั่นหมายถึงในระดับโลกเราสามารถหลีกเลี่ยงการสูญเสียมูลค่า 3,000-16,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปีได้ โดยผ่านระบบเตือนภัยล่วงหน้า เเต่ประมาณ 30 % ของประชากรโลก ยังไม่ได้รับเตือนภัยล่วงหน้า
ไทยมีระบบเตือนภัยล่วงหน้า
ในประเทศไทยกรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการจัดทำ ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) เริ่มมาตั้งแต่ปี 2548 โดยจะแสดงผ่านเว็บไซต์ เเละ Mobile Application บนระบบ iOS และ Android ปัจจุบันครอบคลุม 63 จังหวัดทั่วประเทศ มีทั้งหมด 2,159 สถานี 5,954 หมู่บ้าน มี 14 จังหวัดที่ไม่พบสถานีเตือนภัยล่วงหน้า
- ชัยนาท
- นครปฐม
- นนทบุรี
- บึงกาฬ
- ปทุมธานี
- พระนครศรีอยุธยา
- พิจิตร
- ร้อยเอ็ด
- สมุทรปราการ
- สมุทรสงคราม
- สมุทรสาคร
- สิงห์บุรี
- อ่างทอง
- อำนาจเจริญ
ขณะที่จังหวัดเชียงรายมีสถานีเตือนภัยล่วงหน้า 183 สถานี 623 หมู่บ้าน ในอำเภอเเม่สาย 7 หมู่บ้านใน 3 ตำบล อำเภอแม่ฟ้าหลวง 71 หมู่บ้าน 4 ตำบล อำเภอเมืองเชียงราย 84 หมู่บ้าน ใน 13 ตำบล
การปฏิบัติเมื่อมีการแจ้งเตือนภัย
เฝ้าระวัง
- สัญญาณไฟ สีเขียว จะดังขึ้นทุก 20 นาที แต่ละครั้งดังนาน 10 วินาที
การปฏิบัติตน
- ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์
- คอยฟังประกาศจากหอกระจายข่าว
เตือนภัย
- สัญญาณไฟ สีเหลือง จะดังขึ้นทุก 15 นาที แต่ละครั้งดังนาน 10 วินาที
การปฏิบัติตน
- ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์
- เก็บรวมรวมสิ่งของที่จำเป็น
- รอฟังประกาศและสัญญาณครั้งต่อไป
ต้องอพยพ
- สัญญาณไฟ สีแดง จะดังขึ้นทุก 3 นาที แต่ละครั้งดังนาน 10 วินาที
การปฏิบัติตน
- ให้เคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย ที่ได้มีการแจ้งให้ทราบ
ระบบเตือนภัยฉุกเฉิน "Cell Broadcast Service"
นอกจากนี้ ประเทศไทย พยายามพัฒนาระบบเตือนภัยฉุกเฉิน "Cell Broadcast Service" ผ่านมือถือครั้งแรก 5 ภาษา ไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น และ รัสเซีย แต่จะเริ่มต้นปี 2568
หลายประเทศทั่วโลกใช้ระบบเตือนภัย "Cell Broadcast Service"
เริ่มจาก ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศแรกๆที่ใช้ระบบ CBS เนื่องจากเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสึนามิ แผ่นดินไหว เมื่อประชาชนได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงทีและปลอดภัย
เกาหลีใต้ ที่มีการแจ้งเตือนภัยครอบคลุมการแจ้งประชาชนที่กำลังอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน ตลอดจนการแจ้งคนหาย เพื่อให้ชุมชนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่อง และประเทศสหรัฐอเมริกา ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ แคนาดา นิวซีแลนด์ เปรู ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย ฝรั่งเศส อิตาลี เป็นต้น
ที่มา






