เตรียมเปิดสมัครทหารกองหนุน สอบเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ 500 อัตรา 

03 ก.พ. 2567 | 17:21 น.

ข่าวดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมเปิดรับทหารกองหนุนที่เคยรับราชการในกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) เพื่อเข้ารับการฝึกอบรม บรรจุและแต่งตั้งเป็น นักเรียนนายสิบตำรวจ 500 อัตรา คลิกอ่านรายละเอียดได้ที่นี่

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเปลี่ยนรูปแบบการเกณฑ์ทหารเป็นแบบสมัครใจ และให้หน่วยต่าง ๆ พิจารณาสนับสนุนให้ทหารกองประจำการสามารถประกอบอาชีพอื่นต่อได้นั้น

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าวจึงได้อนุมัติให้เปิดรับสมัครและคัดเลือกทหารกองหนุนที่เคยรับราชการในกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) จำนวน 500 อัตรา บรรจุและแต่งตั้งเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ เพื่อเข้ารับการฝึกอบรม 

เมื่อสำเร็จการฝึกอบรมจะแต่งตั้งลงในสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่สอดคล้องกับภารกิจของทหาร และมีความคุ้นเคยกับระบบการฝึกการใช้อาวุธต่าง ๆ อยู่แล้ว พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าว

การรับทหารกองหนุนเข้ามาเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจนั้น จะสามารถลดเวลาการฝึกอบรมให้สั้นลงเหลือเพียงประมาณ 6 เดือน ทำให้ช่วยประหยัดงบประมาณ โดยทหารกองหนุนที่จะรับสมัครนั้น 

คุณสมบัติ

  • จะต้องจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ 
  • ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า 
  • มีอายุระหว่าง 18 -27 ปี บริบูรณ์
  • หน่วยต้นสังกัดจะต้องรับรองความประพฤติ

ขั้นตอนและการประกาศรับสมัคร

ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และกองบัญชาการศึกษา ดำเนินการในรายละเอียด โดยคาดว่าจะเปิดรับสมัครในเดือนมีนาคม 2567 นี้ ทั้งนี้ จะประกาศรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ผบ.ตร. กล่าวว่า ข้อดีของการรับทหารเหล่านี้ซึ่งได้รับการฝึกระเบียบวินัย การใช้อาวุธและความรู้พื้นฐานมาแล้ว ทำให้สามารถลดระยะเวลาการฝึกอบรมลงได้

จากเดิมต้องใช้ระยะเวลาผลิตข้าราชการตำรวจตามหลักสูตร คือ 1 ปีครึ่งหรือ 18 เดือนจะลดลงมาเหลือเพียง 6 เดือนซึ่งจะช่วยทดแทนการขาดแคลนตำรวจได้ อีกทั้งช่วยประหยัดงบประมาณในการฝึกอบรม และยังเป็นการสนับสนุนนโยบายสมัครใจเกณฑ์ทหารของรัฐบาลอีกด้วย 

ทั้งนี้ กระบวนการสอบคัดเลือกทั้งภาควิชาการ ร่างกาย สุขภาพจิต และการคัดกรองด้านอื่น ๆ ยังคงเข้มข้นและเป็นไปตามมาตรฐานเช่นเดิม พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าว

ที่มา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ