
“โรคไข้ดิน” อาการและสาเหตุ กรมควบคุมโรค เผยพบเสียชีวิต 58 ราย
“โรคไข้ดิน” อาการและสาเหตุ ภัยเงียบในช่วงฤดูฝน กรมควบคุมโรค เผยสถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2566 มีผู้ป่วย 3,086 ราย เสียชีวิต 58 ราย ส่วนใหญ่พบในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
“โรคไข้ดิน” หรือ โรคเมลิออยด์ (melioidosis) จากกรณีที่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา ออกมาเปิดเผย สถานการณ์โรคไข้ดิน ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 8 ตุลาคม 2566 มีผู้ป่วยโรคไข้ดิน 3,086 ราย มีผู้เสียชีวิต 58 ราย ส่วนใหญ่พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มอายุที่พบสูงสุด คือ กลุ่มอายุ 65 ปี ขึ้นไป รองลงมาคือ 55-64 ปี และกลุ่มอายุ 45-54 ปี ตามลำดับ
ส่วนสถานการณ์โรคไข้ดิน ในเขตสุขภาพที่ 9 นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 7 ตุลาคม 2566 พบผู้ป่วยโรคไข้ดิน จำนวน 582 ราย มีผู้เสียชีวิต 6 ราย (บุรีรัมย์ 4 ราย และ นครราชสีมา 2 ราย)
โรคไข้ดิน ผู้ป่วยแยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้
- จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 336 ราย
- จังหวัดสุรินทร์ มีผู้ป่วย 106 ราย
- จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ป่วย 93 ราย
- จังหวัดชัยภูมิ มีผู้ป่วย 47 ราย
โรคไข้ดิน อาการ
- มีไข้สูง ไอ และ อาจพบแผลฝีหนองตามร่างกาย
โรคไข้ดิน สาเหตุ
- เกิดจากผู้ป่วยติดเชื้อจากการสัมผัสดินและน้ำเป็นเวลานาน หรือ บริโภคน้ำไม่สะอาดที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป
โรคไข้ดิน กลุ่มเสี่ยง
- ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคธาลัสซิเมีย และ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- ผู้ที่ประกอบอาชีพที่สัมผัสกับดินและน้ำเป็นเวลานาน เช่น ทำนา
โรคไข้ดิน วิธีป้องกัน
- สวมรองเท้าบูทเมื่อต้องลุยน้ำหรือย่ำดิน
- ดิ่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุก
- ทำความสะอาดร่างกายทันที หลังมีการสัมผัสน้ำและดิน
หมายเหตุ: หากมีไข้สูง เป็นเวลานานเกิน 3 วัน หรือ เกิดแผลฝีหนองตามร่างกายควรรีบไปพบแพทย์
ที่มา: กรมควบคุมโรค






