
เปิดเข้าชมฟรี “ภูพระบาท” หลังขึ้นทะเบียนยูเนสโก ถึง 12 ส.ค.2567
กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชม อุทยานประวัติศาสตร์ “ภูพระบาท” จังหวัดอุดรธานี ถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2567 ภายหลัง ยูเนสโก ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ประจำปี 2567
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมศิลปากร ได้ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชม "อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท" จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 12 สิงหาคม 2567 เพื่อให้ประชาชนคนไทยทุกคน และนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ร่วมเฉลิมฉลองการประกาศขึ้นทะเบียนภูพระบาทเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จากองค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก
สำหรับการประกาศขึ้นทะเบียน อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นมรดกโลก ของยูเนสโกครั้งนี้ เป็นผลมาจากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 46 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21- 31 กรกฎาคม 2567 ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย
ทั้งนี้ที่ประชุมมีการพิจารณาการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของไทย 2 วาระ ได้แก่
- การพิจารณาให้ความเห็นชอบการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม “สงขลา และชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลา” เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของศูนย์มรดกโลก
- การพิจารณาขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเป็นมรดกโลก และเสนอให้เปลี่ยนชื่อเป็นแหล่ง “ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารวดี”
โดยมติของคณะกรรมการมรดกโลกเห็นชอบให้ขึ้นทะเบียนภูพระบาทฯ เป็นมรดกโลกด้วยเกณฑ์คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value) ในกลุ่มของภูมิทัศน์วัฒนธรรม (Cultural Landscape) ในชื่อ “ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี” (Phu Phrabat, a testimony to the Sīma stone tradition of the Dvaravati period)
ทั้งนี้ถือเป็นแหล่งมรดกโลกลำดับที่ 8 และแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 2 ของจังหวัดอุดรธานี ต่อจากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก เมื่อปี 2535
ความสำคัญอุทยานประวัติศาสตร์ “ภูพระบาท”
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมแบบต่อเนื่องจำนวนสองแหล่ง ประกอบด้วย อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทและแหล่งวัฒนธรรมสีมา วัดพระพุทธบาทบัวบาน รวมพื้นที่นำเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลก 3,622 ไร่ 89 ตารางวา
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกห่างจากอำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี 12 กิโลเมตร ส่วนแหล่งวัฒนธรรมสีมา วัดพระพุทธบาทบัวบาน ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท 8 กิโลเมตร
ขอบเขตของแหล่งวัฒนธรรมทั้งสองแหล่งอยู่ภายใต้เกณฑ์คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตาม พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2535
ทั้งนี้อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท มีแหล่งโบราณสถานสำคัญกระจายทั่วพื้นที่ อาทิ หอนางอุสา เป็นเสาเฉลียงรูปเห็ด ประกอบด้วย แกนหินขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายเสาหินและมีก้อนหินเป็นแผ่นหนาขนาดใหญ่ทับอยู่ด้านบน แกนหินสูง 10 เมตร ก้อนหินด้านบนกว้าง 5 เมตร ยาว 7 เมตร แกนของเสาหินมีการก่อหินกั้นเป็นห้องไว้
ส่วนบนของเสาที่อยู่ใต้แผ่นหิน มีการเจาะเป็นช่อง ๆ เป็นประตูและหน้าต่างคล้ายช่องสังเกตการณ์ของหอคอย ที่เพิงหินโบราณแห่งนี้ได้พบหลักฐานภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่บริเวณผนังด้านทิศเหนือของหินก้อน
มรดกโลกทางวัฒนธรรมของไทย มีที่ไหนบ้าง
การที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ ถือเป็นมรดกโลกนับเป็นมรดกโลกแห่งที่ 8 ของประเทศไทย และส่งผลให้จังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่มีมรดกโลก 2 แห่งต่อเนื่องจากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง
ปัจจุบันประเทศไทยได้รับการขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกแล้ว จำนวน 8 แหล่ง แบ่งเป็น
มรดกโลกทางวัฒนธรรม จำนวน 5 แหล่ง ได้แก่
- นครประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา
- เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร
- แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง
- เมืองโบราณศรีเทพ
- อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ - ห้วยขาแข้ง
- กลุ่มป่าดงพญาเย็น - เขาใหญ่
- กลุ่มป่าแก่งกระจาน






