thansettakij
thansettakij
โตโยต้า ฮอนด้า หยุดผลิตรถยนต์ทุกโรงงานในไทยจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ปี 2569

โตโยต้า ฮอนด้า หยุดผลิตรถยนต์ทุกโรงงานในไทย เหตุน้ำท่วมซัพพลายเชนป่วน

02 ต.ค. 69 | 00:44 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ต.ค. 69 | 00:45 น.

โตโยต้า ฮอนด้า หยุดการผลิตรถยนต์ทุกโรงงานในไทยชั่วคราว จากสถานการณ์น้ำท่วม และบรรดาซัพพลายเออร์ส่งชิ้นส่วนให้ไม่ได้ 

KEY

POINTS

  • โตโยต้า และฮอนด้า ประกาศหยุดการผลิตรถยนต์ทุกโรงงานในประเทศไทยชั่วคราว
  • สาเหตุหลักเกิดจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อซัพพลายเออร์ ทำให้ไม่สามารถขนส่งชิ้นส่วนเพื่อการผลิตได้
  • พนักงานประสบปัญหาในการเดินทางมาทำงาน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้องหยุดการผลิตชั่วคราว

สองค่ายรถยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น โตโยต้า ฮอนด้า ประกาศหยุดการผลิตรถยนต์ทุกโรงงานในไทยชั่วคราว จากสถานการณ์น้ำท่วม รอประเมินสถานการณ์จนถึงวันที่ 5-6 ตุลาคมนี้ หลังจากพนักงานมีอุปสรรคในการเดินทาง และบรรดาซัพพลายเออร์ ติดปัญหาเรื่องการขนส่งชิ้นส่วนเพื่อการผลิต

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศหยุดการผลิตและหยุดงานชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัย ที่โรงงาน จ.พระนครศรีอยุธยา(ไม่ได้ผลิตรถยนต์แล้ว) และโรงงานผลิตรถยนต์ จ.ปราจีนบุรี 

ด้วยสถานการณ์อุทกภัย (น้ำท่วม) ในหลายพื้นที่ในปัจจุบัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทาง ที่พักอาศัย ตลอดจนการดำเนินชีวิตประจำวันของพนักงานและครอบครัว บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความปลอดภัย ความเป็นอยู่ และความจำเป็นในการดูแลจัดการทรัพย์สิน รวมถึงฟื้นฟูที่อยู่อาศัยของพนักงานทุกท่านเป็นสำคัญ

 โรงงาน ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย จ.ปราจีนบุรี

โดยระยะเวลาหยุดงานชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 2 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2569 และให้พนักงานกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติในวันที่ 7 ตุลาคม 2569 (หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง)

ขณะที่โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย หยุดการผลิตในโรงงานผลิตรถยนต์ 3 แห่ง ทั้งสำโรง จ.สมุทรปราการ,บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา และเกตเวย์ จ. ฉะเชิงเทรา จนถึงวันที่ 2 ตุลาคมนี้ ก่อนประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าจะกลับมาเปิดดำเนินการในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 หรือไม่ 

โดยสาเหตุหลักที่ต้องหยุดการผลิต เนื่องจากบรรดาซัพพลายเออร์ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนเข้าสู่สายการผลิตได้ตามกำหนด

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากาการติดตามและประเมินสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 24–30 กันยายน 2569 พบพื้นที่ได้รับผลกระทบครอบคลุม กรุงเทพมหานครและ 14 จังหวัด 

“จากการประเมินเบื้องต้นพบว่า ภายใต้ฐานสมาชิกในพื้นที่ได้รับผลกระทบประมาณ 40% มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,018 ล้านบาท ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นการประเมินจากข้อมูลที่รวบรวมได้บางส่วน และยังต้องปรับปรุงตามข้อมูลความเสียหายจริงที่ได้รับเพิ่มเติมจากผู้ประกอบการ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม จังหวัดชลบุรี”

การประเมินความเสียหายครอบคลุมทั้งความเสียหายโดยตรงและผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ รถยนต์และยานพาหนะของบริษัท ระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภคภายในโรงงาน เครื่องจักร วัตถุดิบและ Supply Chain เครื่องมือและอุปกรณ์การผลิต สินค้าสำเร็จรูป การหยุดการผลิตจากพนักงานไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ รวมถึงผลกระทบทางอ้อมจากการผลิตแล้วไม่สามารถจำหน่ายสินค้า และค่าเสียโอกาสทางธุรกิจอื่น ๆ