thansettakij
thansettakij
ถอดโมเดลจีน "ป้ายทะเบียนสีเขียว" เครื่องมือดัน EV แซงรถน้ำมัน ไทยทำเพื่ออะไร

ถอดโมเดลจีน "ป้ายทะเบียนสีเขียว" เครื่องมือดัน EV แซงรถน้ำมัน ไทยทำเพื่ออะไร

02 มิ.ย. 69 | 05:32 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มิ.ย. 69 | 06:07 น.

เซี่ยงไฮ้ใช้ป้ายทะเบียนสีเขียวดัน EV ครอง 60% ขณะรถน้ำมันต้องประมูลป้ายกว่า 4.5 แสนบาท ไทยเตรียมเปลี่ยนป้าย EV สีฟ้าแล้ว แต่จะแค่เปลี่ยนสี หรือเปลี่ยนทั้งระบบ

KEY

POINTS

  • จีนใช้มาตรการ "ป้ายทะเบียนสีเขียว" สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า EV โดยให้สิทธิประโยชน์ เช่น การได้รับป้ายฟรี และรวดเร็ว ต่างจากรถยนต์สันดาปที่ต้องประมูลในราคาสูง เพื่อจูงใจให้คนเปลี่ยนมาใช้ EV ลดมลพิษ และส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศ
  • กรมการขนส่งทางบกของไทยมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าให้เป็นพื้นสีฟ้า เพื่อแยกความแตกต่างจากรถยนต์สันดาปอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น

จีน ตลาดรถยนต์ใหญ่ที่สุดของโลก ในปี 2025 มียอดขายทะลุ 34 ล้านคัน ในจำนวนนี้เป็นสัดส่วนของรถพลังงานใหม่ NEV กว่า 50%

การเติบโตอย่างรวดเร็วของรถยนต์ไฟฟ้า EV ในจีน เกิดจากการสนับสนุนในทุกมิติของรัฐบาล เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ และการเปลี่ยนผ่านมาใช้รถพลังงานสะอาด หวังลดมลพิษโดยเฉพาะเมืองเทียร์หนึ่งอย่างเซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง ซึ่งทั้งสองมหานครก่อนปี 2000 คุณภาพอากาศอยู่ในขั้นเลวร้าย(แม้ไม่ได้มาจากการจราจรโดยตรง)

  • เซี่ยงไฮ้ ระบบป้ายทะเบียนสีเขียว

นอกจากการให้เงินอุดหนุนแล้ว มาตรการ “ระบบป้ายทะเบียนสีเขียว” สำหรับรถพลังงานใหม่ (NEV) ถูกใช้เป็นเครื่องมือด้านนโยบายสาธารณะเพื่อจูงใจให้ประชาชนเปลี่ยนจากรถยนต์ใช้น้ำมันสู่รถยนต์ไฟฟ้า

เมืองเซี่ยงไฮ้ ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน โดยผู้ซื้อที่รถยนต์ไฟฟ้า EV สามารถขอรับป้ายทะเบียนสีเขียวได้ฟรี ขณะที่ผู้ซื้อรถยนต์ใช้น้ำมัน ICE ต้องเข้าร่วมการประมูลสิทธิ์ป้ายทะเบียน ซึ่งมีราคากว่า 90,000 หยวน หรือประมาณ 4.5-5 แสนบาทต่อคัน นั่นทำให้คนที่ซื้อรถน้ำมันต้องจ่ายต้นทุนในการเป็นเจ้าของสูงกว่า ส่งผลให้รถพลังงานใหม่ในเซี่ยงไฮ้ มียอดจดทะเบียนเป็นสัดส่วนมากกว่า 60%

ป้ายทะเบียนสีเขียว ของรถ EV และปลั๊ก-อินไฮบริด ที่ได้สิทธิประโยชน์ทั้ง ได้รับป้ายทะเบียนเร็วกว่า การยกเว้นค่าธรรมเนียมบางประเภท และสิทธิ์เข้าพื้นที่หรือช่องทางพิเศษ ในเซี่ยงไฮ้ ขณะที่รถยนต์ที่ใช้ป้ายทะเบียนจากเมืองอื่นจะถูกจำกัดไม่ให้ใช้ทางยกระดับบางสายในช่วงเวลาเร่งด่วน และอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการใช้ทางด่วนบางแห่ง เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและมลพิษในตัวเมือง

  • เงื่อนไขการขอรับป้ายทะเบียนสีเขียวในเซี่ยงไฮ้

สำหรับบุคคลทั่วไป (ที่ไม่ใช่คนท้องถิ่น) รัฐบาลได้ผ่อนปรนเกณฑ์การถือครอง โดยผู้ที่มีใบอนุญาตพำนักในเซี่ยงไฮ้ (Residence Permit) จะต้องมีประวัติการชำระประกันสังคมหรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อเนื่องอย่างน้อย 36 เดือน (ลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ 48 เดือน) เพื่อขอรับป้ายทะเบียนสีเขียวฟรี

ส่วนองค์กร ต้องมีพนักงานมากกว่า 5 คนที่อยู่ในระบบประกันสังคมของเซี่ยงไฮ้ หรือมีการชำระภาษีในเซี่ยงไฮ้อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 1 ปี

ถอดโมเดลจีน "ป้ายทะเบียนสีเขียว" เครื่องมือดัน EV แซงรถน้ำมัน ไทยทำเพื่ออะไร

โดยกระบวนการตั้งแต่ยื่นคำขอจนถึงการออกป้ายทะเบียนใช้เวลาประมาณ ครึ่งเดือน (ประมาณ 2 สัปดาห์) เมื่อเปรียบเทียบกับ "ป้ายทะเบียนสีน้ำเงิน" ของรถยนต์น้ำมันในเซี่ยงไฮ้ยังคงต้องใช้ระบบ "การประมูล" ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและขั้นตอนซับซ้อน

สำหรับราคาประมูลเฉลี่ยสำหรับบุคคลธรรมดาสูงถึงประมาณ 93,600 หยวน (ประมาณ 460,000 บาท) ส่วนองค์กรมีราคาเฉลี่ยระหว่าง 120,000 ถึง 160,000 หยวน ซึ่งกระบวนการทั้งหมดอาจใช้เวลา 2 - 6 เดือน

นอกเหนือจากเซี่ยงไฮ้ แล้ว เมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง กว่างโจว และเซินเจิ้น ก็มีนโยบายสนับสนุนป้ายทะเบียนสีเขียวในลักษณะเดียวกัน โดยใช้เวลารอดำเนินการประมาณ 1-2 สัปดาห์

รัฐบาลจีน ที่มองภาพใหญ่ของอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนด้วยรถยนต์ไฟฟ้า EV ส่งเสริมให้มีการผลิตเยอะ กดต้นทุนการผลิตให้ต่ำ และออกไปแข่งขันในตลาดโลก พร้อมสร้างการจ้างงานในประเทศ แน่นอนว่าทุกอย่างต้องเริ่มจากการสร้างตลาดในประเทศก่อน ผ่านเงินอุดหนุน และระบบป้ายทะเบียน

  • กรมขนส่งทางบก เล็งเปลี่ยนป้ายรถ EV

ระบบป้ายทะเบียนของจีน ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำกับดูแล (Regulatory Tool) บนข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อนำมาศึกษาออกแบบโมเดลเมือง พร้อมกำหนดมาตรการด้านจราจรและสิ่งแวดล้อมได้อย่างตรงจุด

สำหรับประเทศไทย กรมขนส่งทางบก มีแนวคิดเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า EV ใช้พื้นสีฟ้าสะท้อนแสง ครอบคลุม รย.1-รย.4 และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ปัจจุบันกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อหลักการแก้ไขกฎกระทรวงนี้อยู่ และหากมีผลบังคับใช้จริง จะทำให้ EV ทุกคันในประเทศไทยมีป้ายทะเบียนแตกต่างจากรถน้ำมันอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก

ส่วนการใช้ระบบทะเบียนรถ เพื่อเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทาง การจอดรถ หรือมาตรการสิ่งแวดล้อม ตามโมเดลของจีน ถือว่าน่าสนใจ แต่ไทยจะนำมาปรับใช้ในรูปแบบไหน หรือมุ่งจุดประสงค์ด้านใดเป็นสำคัญ

…ทางเทคนิค การเปลี่ยนสีป้ายทะเบียนไม่ยาก แต่เปลี่ยนแล้วใครได้อะไร จากกระบวนการไหน หรือใครต้องเสียผลประโยชน์ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน เจ้าภาพแค่ระดับกรมการขนส่งทางบก หน่วยงานเดียวคงไม่พอ