thansettakij
thansettakij
รถจีนยิ้ม รัฐบาลยืดเวลา 6 เดือน นำเข้าเซลล์แบตเตอรี่ EV ให้นับเป็นวัตถุดิบผลิตในประเทศ 10%

รถจีนยิ้ม รัฐบาลยืดเวลา 6 เดือน นำเข้าเซลล์แบตเตอรี่ EV ให้นับเป็นวัตถุดิบผลิตในประเทศ 10%

25 พ.ย. 68 | 09:49 น.
อัปเดตล่าสุด :25 พ.ย. 68 | 10:01 น.

บอร์ดอีวี ผ่อนปรนเงื่อนไขให้ค่ายรถยนต์นำเข้าเซลล์แบตเตอรี่ EV มานับเป็นวัตถุดิบผลิตในประเทศ (Local Content) โดยขยายเวลาไปอีก 6 เดือน จากเดิมต้องสิ้นสุดปี 2568 แต่ลดสัดส่วนมูลค่าจาก 15% เหลือ 10%

KEY

POINTS

  • บอร์ดอีวี มีมติขยายเวลามาตรการผ่อนผันการนับมูลค่าเซลล์แบตเตอรี่นำเข้าเป็นวัตถุดิบในประเทศ ออกไปอีก 6 เดือน จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2569
  • ในช่วงที่ขยายเวลา ได้ปรับลดสัดส่วนการนับมูลค่าเซลล์แบตเตอรี่นำเข้าเป็นวัตถุดิบในประเทศลงเหลือไม่เกิน 10% จากเดิมที่กำหนดไว้ 15%
  • การขยายเวลาดังกล่าวช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะค่ายรถจีน สามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้ง่ายขึ้น ก่อนที่จะต้องปรับไปใช้ชิ้นส่วนในประเทศตามเกณฑ์

ตามที่ฐานเศรษฐกิจ รายงานว่า การนำเข้าเซลล์ หรือโมดูล มาประกอบเป็นชุดแพกแบตเตอรี่ (Cell to Pack,Cell to Module) ที่ภาครัฐให้คิดเป็นต้นทุนการผลิตในประเทศมูลค่า 15% ของราคารถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมาตรการผ่อนปรนนี้จะจบสิ้นปี 2568

นั่นหมายความว่า ตั้งแต่ปี 2569 หากไม่มีสัดส่วนการนำเข้าเซลล์แบตเตอรี่มาคำนวณเป็นต้นทุนในประเทศ ค่ายรถจีนจะต้องเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์ในประเทศ ซึ่งจะมีผลต่อต้นทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสูงขึ้น

ล่าสุด บอร์ดอีวี  ประกาศขยายเวลาการผ่อนผันการนับมูลค่าวัตถุดิบที่ได้ถิ่นกำเนิดในประเทศไทยสำหรับเซลล์แบตเตอรี่จากต่างประเทศ จากเดิมสิ้นสุดปี 2568 ออกไปอีก 6 เดือน จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 

โดยในช่วงที่ขยายเวลา ให้ปรับลดสัดส่วนมูลค่าของเซลล์แบตเตอรี่จากต่างประเทศเป็นวัตถุดิบที่ผลิตในประเทศได้ไม่เกิน 10% จากเดิมที่ให้นับได้ไม่เกิน 15% ของราคายานยนต์ไฟฟ้าหน้าโรงงาน เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ของเขตปลอดอากร (Free Zone) หรือเขตประกอบการเสรี โดยผู้ขอรับการผ่อนผันต้องเสนอแผนการจัดหาชิ้นส่วนในประเทศที่ชัดเจน และจะถูกระงับการจ่ายเงินอุดหนุนตามมาตรการ EV3 และ EV3.5 ในระหว่างที่ได้รับการผ่อนผัน

รถจีนยิ้ม รัฐบาลยืดเวลา 6 เดือน นำเข้าเซลล์แบตเตอรี่ EV ให้นับเป็นวัตถุดิบผลิตในประเทศ 10%

ทั้งนี้ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ในไทย ปัจจุบันใช้เทคโนโลยีที่เป็นการประกอบแบตเตอรี่แบบ Cell to Pack (สิทธิประโยชน์ระดับ A3) และ Cell to Module (A2) แต่เป้าหมายของรัฐบาลคือดึงโรงงานที่ผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์แบตเตอรี่ (A1) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีต้นน้ำ มาลงทุนในไทย

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เปิดเผยว่า ได้ปรับปรุงมาตรการเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการส่งเสริมอุตสาหกรรม EV

โดยขยายเวลาการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ ภายใต้มาตรการ EV3 และ EV3.5 จากเดิมที่จะต้องจดทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2568 และ 2570 ตามลำดับ ขยายเวลาเป็นภายในเดือนมกราคมของปีถัดไป เพื่อช่วยให้ยานยนต์ไฟฟ้าที่จำหน่ายในช่วงปลายปี สามารถจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกให้ทันภายในกำหนด

ในส่วนการปรับปรุงมาตรการเพื่อลดหรือป้องกันปัญหาการผลิตล้นตลาดในประเทศ (Oversupply) โดยปรับปรุงเงื่อนไขการนับจำนวนการผลิตชดเชย โดยในส่วนของการผลิตชดเชยเพื่อส่งออก ให้นับการส่งออก 1 คัน เป็นการผลิตชดเชย 1.5 คัน เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการส่งออกเพิ่มเติม และป้องกันปัญหาการผลิตล้นตลาดในประเทศ (Oversupply)ซึ่งจะกระทบต่อตลาดรถยนต์โดยรวม รวมถึงขยายเวลาให้ส่งออกและส่งหลักฐานการส่งออกได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายนปีถัดไป