thansettakij
thansettakij
บีวายดี ปรับแผนประกอบปิกอัพแหนบ แทน BYD Shark 6 ในไทย ปี 2569

บีวายดี ปรับแผนประกอบปิกอัพแหนบ แทน BYD Shark 6 ในไทย ปี 2569

03 ก.ย. 68 | 07:04 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.ย. 68 | 07:34 น.

บีวายดี พับแผนทำตลาดปิกอัพ BYD Shark 6 ในไทย เตรียมขึ้นไลน์ประกอบโมเดลใหม่ปี 2569 ที่สามารถทำต้นทุนได้ต่ำกว่า กับรถช่วงล่างหลังเป็นแหนบแผ่นซ้อน พร้อมขุมพลังปลั๊ก-อินไฮบริด

KEY

POINTS

  • บีวายดี ยกเลิกแผนการนำเข้า และผลิตรถกระบะปลั๊ก-อินไฮบริดรุ่น BYD Shark 6 ในประเทศไทย
  • เปลี่ยนไปผลิตรถกระบะปลั๊ก-อินไฮบริดโมเดลใหม่ ซึ่งใช้ช่วงล่างด้านหลังแบบแหนบแทน ที่โรงงาน บีวายดี จ.ระยอง

ตามที่ บีวายดี เปิดให้จองสิทธิ์ซื้อปิกอัพ BYD Shark 6 ในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2025 ด้วยราคา(คาดการณ์) 1.699 ล้านบาท ในจำนวน 500 คัน โดยแจ้งว่าเป็นรถนำเข้าทั้งคันจากจีน และพร้อมส่งมอบปลายปีนี้

 

สำหรับ BYD Shark 6 ถือเป็นโกลบัลโมเดล เปิดตัวในปี 2568 (แต่ไม่ขายในจีน) เริ่มทำตลาดที่ เม็กซิโก บราซิล กัมพูชา ออสเตรเลีย กับรถปิกอัพตัวถังดับเบิลแค็บ ยาว 5,457 มม. กว้าง 1,971 มม. สูง 1,925 มม. ฐานล้อ 3,260 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 200 มม.

BYD Shark 6

น้ำหนักรถเปล่า 2,700 กิโลกรัม ความสามารถในการบรรทุก 790 กิโลกรัม และลากจูง 2,500 กิโลกรัม ลุยน้ำลึกได้ 70 เซนติเมตร ช่วงล่างปีกนกสองชั้นทั้งหน้าและหลัง พร้อมล้ออัลลอย 18 นิ้ว

 

BYD Shark 6 ปลั๊ก-อินไฮบริด ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า หากนำเข้ามาขายในไทยต้องเสียภาษีนำเข้า 50% และภาษีสรรพสามิตตามพิกัดรถยนต์นั่งไฮบริด ส่งผลให้ราคากระโดดไปถึง 1.699 ล้านบาท

 

ล่าสุด บีวายดี อาจจะไม่สามารถทำราคา BYD Shark 6 ให้แข่งขันได้ ขณะที่ยอดหลังจากเปิดให้จองสิทธิ์ซื้อ ตั้งแต่ต้นปีไม่ได้สูงมาก จึงตัดสินใจยกเลิกการทำตลาดปิกอัพรุ่นนี้ในที่สุด

โดยบีวายดี จะไม่นำเข้า หรือผลิต BYD Shark 6 ในไทย แต่จะมีโมเดลใหม่ที่เป็นปิกอัพ ปลั๊ก-อินไฮบริด ช่วงล่างหลังเป็นแหนบ ขึ้นไลน์ประกอบแทน

 

นายหยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมผลิตปิกอัพ ปลั๊ก-อินไฮบริดโมเดลใหม่ ที่ไม่ใช่ BYD Shark 6 ในปีหน้า ที่โรงงาน บีวายดี จ.ระยอง

บีวายดี ปรับแผนประกอบปิกอัพแหนบ แทน BYD Shark 6 ในไทย ปี 2569

“จากการศึกษา BYD Shark 6 ถ้าจะเอาเข้ามาผลิตในไทยไม่ง่าย โดยเฉพาะเรื่องการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ให้ถึงสัดส่วนที่กำหนด”

 

โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ 600 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จังหวัดระยอง วางกำลังการผลิตสูงสุดไว้ 150,000 คัน/ปี ปัจจุบันทำรถ 4 รุ่น คือ BYD DOLPHIN, BYD ATTO 3 รวมถึงรถปลั๊กอินไฮบริด  BYD SEALION 6 DM-i และ SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID ซึ่งมีสัดส่วน Local Content ประมาณ 45 - 50%

 

ขณะเดียวกัน ยังส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า EV และ PHEV จากไทยไปหลายประเทศในอาเซียน ออสเตรเลีย ยุโรป แต่ปีนี้ขอเน้น EV เพื่อทำตามเงื่อนไขผลิตชดเชยตามมาตรการ EV 3.0

ภายในปีนี้ บีวายดี ยังต้องผลิตชดเชย EV ตามมาตรการ EV 3.0 อีกเกือบ 2 หมื่นคัน แต่เชื่อว่าจะบริหารจัดการได้ตามแผน จากการมีตลาดในประเทศ และส่งออกรองรับ ล่าสุด ส่งออก BYD DOLPHIN พวงมาลัยซ้ายและขวา ไปยัง เยอรมนี เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และอังกฤษ จำนวน 959 คัน

บีวายดี ปรับแผนประกอบปิกอัพแหนบ แทน BYD Shark 6 ในไทย ปี 2569

“มาตรการลดหย่อนของภาครัฐ ยิ่งทำให้บีวายดี อยากผลิตเพื่อส่งออกเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังถือเป็นการโชว์ศักยภาพของการผลิตรถยนต์ในไทย โดยวางเป้าหมายภายในปีนี้ต้องส่งออก EV กว่า 1 หมื่นคัน” นายหยู่ปิน เคอ กล่าวสรุป

 

สำหรับตลาดรถยนต์รวม 7 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ค.68) อยู่ที่ 351,796 คัน ลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ในจำนวนนี้เป็นของรถยนต์ไฟฟ้า EV 66,000 คัน เติบโตกว่า 50% ซึ่งบีวายดี ทำได้ 27,052 คัน เพิ่มขึ้น 55.3% พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย 5 หมื่นคันปีนี้(รวม EV และ PHEV)

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • BYD