
บีวายดี ปรับแผนประกอบปิกอัพแหนบ แทน BYD Shark 6 ในไทย ปี 2569
บีวายดี พับแผนทำตลาดปิกอัพ BYD Shark 6 ในไทย เตรียมขึ้นไลน์ประกอบโมเดลใหม่ปี 2569 ที่สามารถทำต้นทุนได้ต่ำกว่า กับรถช่วงล่างหลังเป็นแหนบแผ่นซ้อน พร้อมขุมพลังปลั๊ก-อินไฮบริด
KEY
POINTS
- บีวายดี ยกเลิกแผนการนำเข้า และผลิตรถกระบะปลั๊ก-อินไฮบริดรุ่น BYD Shark 6 ในประเทศไทย
- เปลี่ยนไปผลิตรถกระบะปลั๊ก-อินไฮบริดโมเดลใหม่ ซึ่งใช้ช่วงล่างด้านหลังแบบแหนบแทน ที่โรงงาน บีวายดี จ.ระยอง
ตามที่ บีวายดี เปิดให้จองสิทธิ์ซื้อปิกอัพ BYD Shark 6 ในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2025 ด้วยราคา(คาดการณ์) 1.699 ล้านบาท ในจำนวน 500 คัน โดยแจ้งว่าเป็นรถนำเข้าทั้งคันจากจีน และพร้อมส่งมอบปลายปีนี้
สำหรับ BYD Shark 6 ถือเป็นโกลบัลโมเดล เปิดตัวในปี 2568 (แต่ไม่ขายในจีน) เริ่มทำตลาดที่ เม็กซิโก บราซิล กัมพูชา ออสเตรเลีย กับรถปิกอัพตัวถังดับเบิลแค็บ ยาว 5,457 มม. กว้าง 1,971 มม. สูง 1,925 มม. ฐานล้อ 3,260 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 200 มม.
น้ำหนักรถเปล่า 2,700 กิโลกรัม ความสามารถในการบรรทุก 790 กิโลกรัม และลากจูง 2,500 กิโลกรัม ลุยน้ำลึกได้ 70 เซนติเมตร ช่วงล่างปีกนกสองชั้นทั้งหน้าและหลัง พร้อมล้ออัลลอย 18 นิ้ว
BYD Shark 6 ปลั๊ก-อินไฮบริด ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า หากนำเข้ามาขายในไทยต้องเสียภาษีนำเข้า 50% และภาษีสรรพสามิตตามพิกัดรถยนต์นั่งไฮบริด ส่งผลให้ราคากระโดดไปถึง 1.699 ล้านบาท
ล่าสุด บีวายดี อาจจะไม่สามารถทำราคา BYD Shark 6 ให้แข่งขันได้ ขณะที่ยอดหลังจากเปิดให้จองสิทธิ์ซื้อ ตั้งแต่ต้นปีไม่ได้สูงมาก จึงตัดสินใจยกเลิกการทำตลาดปิกอัพรุ่นนี้ในที่สุด
โดยบีวายดี จะไม่นำเข้า หรือผลิต BYD Shark 6 ในไทย แต่จะมีโมเดลใหม่ที่เป็นปิกอัพ ปลั๊ก-อินไฮบริด ช่วงล่างหลังเป็นแหนบ ขึ้นไลน์ประกอบแทน
นายหยู่ปิน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมผลิตปิกอัพ ปลั๊ก-อินไฮบริดโมเดลใหม่ ที่ไม่ใช่ BYD Shark 6 ในปีหน้า ที่โรงงาน บีวายดี จ.ระยอง
“จากการศึกษา BYD Shark 6 ถ้าจะเอาเข้ามาผลิตในไทยไม่ง่าย โดยเฉพาะเรื่องการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ให้ถึงสัดส่วนที่กำหนด”
โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ 600 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จังหวัดระยอง วางกำลังการผลิตสูงสุดไว้ 150,000 คัน/ปี ปัจจุบันทำรถ 4 รุ่น คือ BYD DOLPHIN, BYD ATTO 3 รวมถึงรถปลั๊กอินไฮบริด BYD SEALION 6 DM-i และ SEAL 5 DM-i SUPER HYBRID ซึ่งมีสัดส่วน Local Content ประมาณ 45 - 50%
ขณะเดียวกัน ยังส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า EV และ PHEV จากไทยไปหลายประเทศในอาเซียน ออสเตรเลีย ยุโรป แต่ปีนี้ขอเน้น EV เพื่อทำตามเงื่อนไขผลิตชดเชยตามมาตรการ EV 3.0
ภายในปีนี้ บีวายดี ยังต้องผลิตชดเชย EV ตามมาตรการ EV 3.0 อีกเกือบ 2 หมื่นคัน แต่เชื่อว่าจะบริหารจัดการได้ตามแผน จากการมีตลาดในประเทศ และส่งออกรองรับ ล่าสุด ส่งออก BYD DOLPHIN พวงมาลัยซ้ายและขวา ไปยัง เยอรมนี เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และอังกฤษ จำนวน 959 คัน
“มาตรการลดหย่อนของภาครัฐ ยิ่งทำให้บีวายดี อยากผลิตเพื่อส่งออกเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังถือเป็นการโชว์ศักยภาพของการผลิตรถยนต์ในไทย โดยวางเป้าหมายภายในปีนี้ต้องส่งออก EV กว่า 1 หมื่นคัน” นายหยู่ปิน เคอ กล่าวสรุป
สำหรับตลาดรถยนต์รวม 7 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ค.68) อยู่ที่ 351,796 คัน ลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ในจำนวนนี้เป็นของรถยนต์ไฟฟ้า EV 66,000 คัน เติบโตกว่า 50% ซึ่งบีวายดี ทำได้ 27,052 คัน เพิ่มขึ้น 55.3% พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย 5 หมื่นคันปีนี้(รวม EV และ PHEV)







