
แคนาดาเร่งการใช้รถไฟฟ้า จ่อบังคับให้รถยนต์ใหม่ทั้งหมดเป็นอีวีภายใน 12 ปี
แคนาดา เตรียมประกาศบังคับให้รถยนต์ใหม่ทุกคันเป็นรถยนต์ปลอดมลพิษไม่ว่าจะเป็นรถอีวีหรือปลั๊กอินไฮบริด ภายในปี พ.ศ. 2578 หรือในอีก 12 ปีข้างหน้า
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับอาวุโสของ รัฐบาลแคนาดา วันนี้ (18 ธ.ค.) โดยระบุว่า แคนาดา มีแนวโน้มจะประกาศในสัปดาห์นี้ว่า รถยนต์ใหม่ทั้งหมดในประเทศจะต้อง ก่อมลพิษเป็นศูนย์ หรือ zero emission ภายในปีพ.ศ. 2578 ในขณะที่แคนาดาเตรียมเปิดตัวกฎระเบียบชุดใหม่ ซึ่งจะถือเป็นตัวอย่างล่าสุดของความพยายามในการผลักดันการใช้ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า กฎระเบียบชุดใหม่นี้รู้จักกันในชื่อมาตรฐานความพร้อมของรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle Availability Standard) ซึ่งจะช่วยรับประกันว่า แคนาดามีรถยนต์ไฟฟ้ารองรับความต้องการของผู้บริโภคอย่างเพียงพอและระยะเวลารอคอยการรับมอบรถยนต์ไฟฟ้าจะสั้นลง
รายงานข่าวระบุว่า รัฐบริติชโคลัมเบียและควิเบกของแคนาดา ได้บังคับใช้เป้าหมายการขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบเดียวกันนี้เรียบร้อยแล้ว
แหล่งข่าวยังเปิดเผยด้วยว่า รถยนต์ที่ก่อมลพิษเป็นศูนย์ ต้องคิดเป็นสัดส่วน 20% ของรถยนต์ใหม่ทั้งหมดภายในปี 2569 นี้ จากนั้น จะทยอยเพิ่มสัดส่วนมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ เป็น 60% (ของรถจดทะเบียนใหม่ทั้งหมด) ในปี 2573 และ 100% ในปี 2578 โดยรถยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้ครอบคลุมถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่และรถปลั๊กอินไฮบริด
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่กระทรวงสิ่งแวดล้อมแคนาดา ยังคงปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าว
สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า ปัจจุบัน ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 13% ของรถยนต์ทั้งหมด และมีแนวโน้มจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 40%-45% ภายในสิ้นทศวรรษนี้
สำหรับผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับโลกนั้น ข้อมูลจาก Motor Intelligence ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ (ม.ค. ถึง มิ.ย. 2566) เทสลา สามารถทำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าได้รวม 336,892 คันในตลาดสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ตามมาด้วยอันดับสองเป็นของ ฮุนได-เกีย 38,457 คัน อันดับสามคือ แบรนด์เชฟโรเลตของบริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส (GM) ทำยอดขายได้ 36,322 คัน ตามมาด้วย โฟล์คสวาเกน 26,538 คัน และ ฟอร์ด 25,709 คัน






