thansettakij
thansettakij
คลังเตรียมลดภาษี EV-ไฮบริด หนุนนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน-อุตฯ ยานยนต์ไทย

คลังเตรียมลดภาษี EV-ไฮบริด หนุนนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน-อุตฯ ยานยนต์ไทย

10 มิ.ย. 69 | 07:35 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มิ.ย. 69 | 07:52 น.

กระทรวงการคลังเดินหน้าจัดทำมาตรการลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด เฉพาะรถผลิตในไทย พร้อมล็อกเงื่อนไข Local Content หวังหนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ ขณะค่ายญี่ปุ่นลุ้นรับอานิสงส์

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ขับเคลื่อนอยู่ทั่วโลก ไทยเองก็กำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างนโยบายด้านยานยนต์ครั้งสำคัญ โดยกรมสรรพสามิตได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงการคลังให้เร่งจัดทำข้อเสนอมาตรการลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และกลุ่มไฮบริด (HEV/MHEV)

 

เตรียมลดลดภาษี EV-ไฮบริด

แหล่งข่าวกระทรวงการคลังเปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน พ.ศ. 2569 ได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิตเร่งจัดทำข้อเสนอมาตรการใหม่ทดแทนโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ที่ถูกพิจารณาว่าไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

ขณะนี้กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และกลุ่มไฮบริด (HEV/MHEV) โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ รถยนต์ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ต้องเป็นรถที่ประกอบและผลิตในประเทศไทยเท่านั้น รถนำเข้าจากต่างประเทศไม่มีสิทธิ์ได้รับการลดหย่อนดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณากำหนดสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ที่เหมาะสม

มาตรการดังกล่าวมุ่งสนับสนุนหนุนนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศให้เติบโตไปพร้อมกัน

ค่ายญี่ปุ่นยิ้มลดภาษีไฮบริด

ตามโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ปี 2569 รถยนต์ไฟฟ้าประเภทไฮบริด และไมลด์ไฮบริด โดนภาษี 6% และ 10% ตามลำดับ ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่ารถพลังงานไฟฟ้า 100% EV (ประกอบในประเทศ) ที่เสีย 2%

ในส่วนรถยนต์ไฮบริดตามประกาศของกระทรวงการคลัง จะต้องเสียภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดในทุกๆ 2 ปี เช่น ปี 2571 ภาษีจะขยับเป็น 8% ปี และ 2573 เป็น 10%

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่จะเริ่มบังคับใช้ 1 มกราคม ปี 2569 บอร์ดอีวี ได้ประกาศมาตรการเพิ่มเติม โดยรถยนต์รถไฮบริดจะได้รับภาษี 6% คงที่ยาว 7 ปี (พ.ศ. 2569 – 2575) แต่ต้องแลกด้วยการลงทุนใหม่ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท

ในแพกเกจลงทุนการผลิตรถยนต์นี้ ยังบังคับใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตในประเทศ เช่น Battery, Traction Motor, Reduction Gear, Inverter หรือติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS) ตามเงื่อนไขที่บีโอไอ กำหนด

เจาะโครงสร้างภาษีไฮบริด-ไมลด์ไฮบริด 7 ปี

สำหรับมาตรการสนับสนุนรถไฮบริด กับโครงสร้างภาษีใหม่ 7 ปี (พ.ศ. 2569 - 2575) รถที่ปล่อย CO2 ไม่เกิน 100 กรัม/กม. จะเสีย 6% แต่ถ้าปล่อย CO2 ตั้งแต่ 101 - 120 กรัม/กม. เสีย 9%

ส่วนรถไมลด์ไฮบริด (MHEV) แรงดันไฟฟ้าในการขับเคลื่อนต่ำกว่า 60 โวลต์ ได้ภาษีสรรพสามิตคงที่ 7 ปี เช่นกัน โดยรถที่ปล่อย CO2 ไม่เกิน 100 กรัม/กม. เสีย 10% และปล่อย CO2 ตั้งแต่ 101 - 120 กรัม/กม. เสียภาษีสรรพสามิต 12%

 

ญี่ปุ่นสู้ศึก EV จีน เรียกร้องความเป็นธรรม

จากมาตรการสนับสนุนนี้ ถือเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกัน ให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่น โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน ที่มีไฮบริดเป็นธงนำ และมาสด้าที่เข้าโครงการไมลด์ไฮบริด หรือช่วยต่อลมหายใจในยุคที่ถูก EV แบรนด์จีน เข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาด

แหล่งข่าวผู้บริหารบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นรายหนึ่ง เปิดเผยว่า รถญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนและสร้างการจ้างงานกว่า 50 ปี แต่ช่วงที่ผ่านมารัฐบาล หันไปสนับสนุนบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากจีน ซึ่งโรงงานจีน ที่มาตั้งในไทยนำเข้าทั้งเครื่องจักร ชิ้นส่วนการผลิต ทำให้ไทยไม่ค่อยได้อะไรเท่าไหร่จากการลงทุนของจีน

“เราไม่ได้ปฏิเสธรถ EV แต่อยากให้รัฐบาลพิจารณาการสนับสนุนที่เป็นธรรม ที่ผ่านมาเราเรียกร้องเรื่องอัตราภาษีสรรพสามิต และมาตรการสนับสนุนต่างๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ พร้อมรักษาฐานการผลิต ระบบซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” แหล่งข่าวกล่าว