
ส่องยอดขายรถ 9 เดือนปี 67 เช็คเลยแบรนด์ใดขายดีสุด 10 อันดับแรก
เปิดยอดขายรถยนต์ 9 เดือนแรกปี 67 เช็คเลยแบรนด์ไหน ยี่ห้อใดขายดีสุด 10 อันดับแรก พร้อมสำรวจทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แนวโน้มรุ่งหรือร่วง
ตลาดรถยนต์ไทยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม -กันยายน 2567)ยอดขายร่วงต่อเนื่อง เฉพาะเดือนกันยายน 2567 ตลาดรวมทำยอดขายได้ทั้งสิน 39,048 คัน ลดลง 37.1% โดยในจำนวนนี้แบ่งออกเป็นตลาดรถยนต์นั่ง 15,668 คัน ลดลง 38.4% ในขณะที่รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 23,380 คัน ลดลง 36.2% และรถกระบะขนาด 1 ตัน ยอดขาย 13,972 คัน ลดลง 40.1%
ยอดขายรถยนต์ เดือนกันยายน 2567
ตลาดรถยนต์รวม 39,048 คัน ลดลง 37.1%
- โตโยต้า 15,311 คัน ลดลง 27.6%
- อีซูซุ 6,080 คัน ลดลง 44.2%
- ฮอนด้า 4,365 คัน ลดลง 52.1%
ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 15,668 คัน ลดลง 38.4%
- โตโยต้า 4,692 คัน ลดลง 52.7%
- ฮอนด้า 3,426 คัน ลดลง 18.7%
- มิตซูบิชิ 1,395 คัน เพิ่มขึ้น 28.8%
ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 23,380 คัน ลดลง 36.2%
- โตโยต้า 10,619 คัน ลดลง 5.3%
- อีซูซุ 6,080 คัน ลดลง 44.2%
- ฟอร์ด 1,374 คัน ลดลง 53.4%
ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) 13,972 คัน ลดลง 40.1%
- โตโยต้า 6,488 คัน ลดลง 32%
- อีซูซุ 5,101 คัน ลดลง 45.1%
- ฟอร์ด 1,374 คัน ลดลง 53.4%
*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 2,463 คัน อีซูซุ 949 คัน - โตโยต้า 798 คัน – ฟอร์ด 574 คัน – มิตซูบิชิ 97 คัน – นิสสัน 45 คัน
ตลาดรถกระบะ Pure Pick up 11,509 คัน ลดลง 39.8%
- โตโยต้า 5,690 คัน ลดลง 28.3%
- อีซูซุ 4,152 คัน ลดลง 47.8%
- ฟอร์ด 800 คัน ลดลง 60.2%
ขณะที่ตลาด xEV หรือกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า เดือนกันยายน 2567 มียอดขายทั้งหมด 13,102 คัน คิดเป็นสัดส่วน 34% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมด ลดลง 21% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยยอดขายรถยนต์ HEV มีอัตราการเติบโตลดลงเช่นกันที่ 11% แต่ยังคงสัดส่วนการขายสูงที่สุดในตลาดรถ xEV ด้วยยอดขาย 7,355 คัน คิดเป็น 56% ของตลาด xEV ทั้งหมด ในส่วนของรถยนต์ BEV ทำยอดขายได้ 4,982 คัน ลดลง 32% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ส่วนตัวเลขการขายรถสะสมตั้งแต่มกราคม -กันยายน 2567 ตลาดรถยนต์รวม มียอดขายทั้งสิ้น 438,659 คัน ลดลง 25.3% แบ่งออกเป็น ตลาดรถยนต์นั่ง 169,862 คัน ลดลง 22.7% ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ 268,797 คัน ลดลง 26.8% และ รถกระบะขนาด 1 ตัน ยอดขาย 153,504 คัน ลดลง 40%
ยอดขายรถยนต์มกราคม – กันยายน 2567
ตลาดรถยนต์รวม 438,659 คัน ลดลง 25.3%
- โตโยต้า 167,218 คัน ลดลง 16.1%
- อีซูซุ 65,269 คัน ลดลง 45.7%
- ฮอนด้า 58,311 คัน ลดลง 16.6%
ตลาดรถยนต์นั่ง 169,862 คัน ลดลง 22.7%
- โตโยต้า 48,823 คัน ลดลง 36.9%
- ฮอนด้า 33,981 คัน ลดลง 22.6%
- มิตซูบิชิ 13,740 คัน เพิ่มขึ้น 8.4%
ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ 268,797 คัน ลดลง 26.8%
- โตโยต้า 118,395 คัน ลดลง 2.9%
- อีซูซุ 65,269 คัน ลดลง 45.7%
- ฮอนด้า 24,330 คัน ลดลง 6.3%
ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) 153,504 คัน ลดลง 40%
- โตโยต้า 70,632 คัน ลดลง 29.5%
- อีซูซุ 56,812 คัน ลดลง 47.5%
- ฟอร์ด 16,104 คัน ลดลง 44%
*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 26,944 คัน โตโยต้า 9,534 คัน - อีซูซุ 9,196 คัน - ฟอร์ด 6,138 คัน – มิตซูบิชิ 1,753 คัน – นิสสัน 323 คัน
ตลาดรถกระบะ Pure Pick up 126,560 คัน ลดลง 39.3 %
- โตโยต้า 61,098 คัน ลดลง 26.4%
- อีซูซุ 47,616 คัน ลดลง 48%
- ฟอร์ด 9,966 คัน ลดลง 48.9%
ทั้งนี้สามารถตรวจสอบยอดขายสะสมของแต่ละค่ายแต่ละแบรนด์ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาของปี 2567 ได้ดังต่อไปนี้
ลดดอกเบี้ย ค่ายรถเปิดรุ่นใหม่ อัดโปรโมชัน ช่วยหนุนตลาดเดือนต.ค.67
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์เดือนตุลาคม มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากเดือนกันยายน แต่ยังคงเติบโตลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมและผลกระทบจากภาวะอุทกภัย อย่างไรก็ตาม การประกาศลดอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลาง รวมถึงการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่และโปรโมชันการขายที่น่าสนใจจากหลากหลายค่ายรถยนต์ อาจมีส่วนช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
ส.อ.ท.เล็งปรับเป้ายอดขาย-ยอดส่งออก
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดขายรถใหม่ในประเทศเดือนกันยายน 2567 ถือเป็นตัวเลขการขายที่ต่ำสุดในรอบ 53 เดือน หรือ 4 ปี 5 เดือน
ทั้งนี้เนื่องจากความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อให้ผู้ซื้อรถยนต์ เนื่องจากหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง ประกอบกับการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศไตรมาสสองปี 2567 ที่โตต่ำ 2.3 % และคาดว่า 2567 จะเติบโตเพียง 2.7 - 2.8 %เท่านั้น ขณะที่ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนสิงหาคม 2567 หดตัว 1.91 %ซึ่งสะท้อนถึงรายได้คนทำงานยังคงอ่อนแอ
"ปลายเดือนนี้จะมีการหารือเรื่องปรับเป้าหมายยอดการผลิตรถยนต์ของปีนี้ โดยจะปรับทั้งยอดส่งออกและยอดขายในประเทศ เพราะในส่วนของส่งออกนั้นได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้าง ประกอบกับประเทศคู่ค้ามียอดขายลดลง มีความระมัดระวังในการใช้จ่าย ส่วนการขายในประเทศ หลักๆยังคงมาจากหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง และทำให้สถาบันการเงินหรือแบงก์ไม่ปล่อยกู้"






