thansettakij
thansettakij
ล็อกดาวน์พ่นพิษ จีนเสี่ยงขาดแคลนเงินสด กดดันต้องกู้เพิ่มเสริมสภาพคล่อง

ล็อกดาวน์พ่นพิษ จีนเสี่ยงขาดแคลนเงินสด กดดันต้องกู้เพิ่มเสริมสภาพคล่อง

31 พ.ค. 65 | 06:25 น.
อัปเดตล่าสุด :31 พ.ค. 65 | 13:53 น.

หลังการล็อกดาวน์และนำมาตรการควบคุมมาใช้ทำให้ธุรกิจสูญรายได้ และรัฐเองก็จัดเก็บภาษีได้น้อยลง จีนกำลังเผชิญภาวะเสี่ยงขาดแคลนเงินสด ซึ่งอาจทำให้ต้องเพิ่มการกู้ยืมเพื่อเสริมสภาพคล่อง 

นักวิเคราะห์ของ บริษัทโนมูระ เปิดเผยวันนี้ (31 พ.ค.) ว่า รัฐบาลจีน กำลังเผชิญกับ การขาดแคลนเงินสด เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งทำให้คาดว่าอาจต้องเพิ่มการกู้ยืมเพื่อ เสริมสภาพคล่อง


นาย ถิง ลู่ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของโนมูระกล่าวว่า การระบาดของไวรัสโอมิครอนระลอกล่าสุดและการล็อกดาวน์ในหลายพื้นที่ตั้งแต่กลางเดือนมี.ค.เป็นต้นมา ส่งผลให้รายได้ของรัฐบาลลดลงอย่างมาก รวมถึงการจัดเก็บรายได้จากการขายที่ดินด้วย


นอกจากนี้ ยังคาดว่า การจัดเก็บรายได้ของจีนนั้น หดหายไปราว 6 ล้านล้านหยวน (8.9552 แสนล้านดอลลาร์) โดยคาดว่าในจำนวนนี้เป็นรายได้ที่ลดลงราว 2.5 ล้านล้านหยวน เนื่องจากการคืนเงินภาษีและปริมาณการผลิตทางเศรษฐกิจที่ลดลง ส่วนอีก 3.5 ล้านล้านหยวนนั้นเป็นรายได้ที่หดหายไปเนื่องจากยอดขายที่ดินลดลง

 

รัฐบาลจีนกำลังเผชิญกับการขาดแคลนเงินสดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

นักวิเคราะห์ยังระบุว่า รายได้ที่หายไป 3.5 ล้านล้านหยวนนั้นคาดว่า จะเป็นส่วนที่หามาทดแทนได้ยาก และต้องใช้มาตรการหลายอย่างตั้งแต่การดึงเงินฝากสำหรับงบประมาณออกมาใช้ ไปจนถึงการกู้ยืมเพิ่มเติม เพื่อชดเชยเงินรายได้ที่สูญเสียไป


ข้อมูลเศรษฐกิจในเดือนเม.ย. ยังบ่งชี้ถึงการเติบโตที่ลดลงของจีน เนื่องจากมาตรการควบคุมโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างมาก โดยนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวในการประชุมสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ใหญ่กว่าที่เคยเกิดขึ้นในปี 2563


ทั้งนี้ ก่อนที่โควิด-19 จะระบาด ยอดขายที่ดิน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาลท้องถิ่นของจีนดิ่งลง หลังจีนดำเนินการจัดระเบียบภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งต้องพึ่งพาสินเชื่อเป็นอย่างมาก ขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นเองก็ต้องรับผิดชอบการลดหย่อนและคืนเงินภาษีตามนโยบายที่รัฐบาลจีนประกาศออกมาเพื่อพยุงการเติบโตทางเศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังจีนระบุว่า หากไม่รวมรายได้ที่หายไปจากการลดหย่อนและคืนเงินภาษี จีนจะมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อเทียบรายปี ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (2565) โดย 8 จาก 31 มณฑลมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีลดลงในช่วงดังกล่าว แต่ไม่ได้ระบุว่า มีมณฑลใดบ้าง


อย่างไรก็ดี ข้อมูลเบื้องต้นจากวินด์ อินฟอร์เมชัน (Wind Information) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการข้อมูลด้านการเงินในจีน ระบุว่า มณฑลชิงไห่, ซานตง, เหลียวหนิง, เหอเป่ย, กุ้ยโจว, หูเป่ย, หูหนาน และเทียนจิน มีรายได้จากการจัดเก็บภาษีลดลงในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ โดยมณฑลเทียนจินมีรายได้ลดลงมากที่สุดถึง 27%