
กระทิงน้องเล็ก 20 ล้านมีทอน
ค่ายกระทิงเปลี่ยว “ลัมโบร์กินี” รุกเข้มเต็มสูบ พร้อมเอาใจเศรษฐีไทยเท้าหนัก ด้วยซูเปอร์คาร์รุ่นเล็กขับเคลื่อนล้อหลัง “ฮูราแคน อีโว เรียวีลไดร์ฟ” (Huracan EVO Rear-Wheel Drive) ที่เน้นความดิบ ตัวถังนํ้าหนักเบา และเสริมสมรรถนะด้วย Performance Traction Control System เวอร์ชันใหม่
เลย์เอาต์เครื่องยนต์วางกลาง ขับเคลื่อนล้อหลัง โครงสร้างตัวถังใช้วัสดุอะลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้ตัวรถมีนํ้าหนัก 1,389 กิโลกรัม และมีแรงม้าต่อนํ้าหนักเพียง 2.28 กก./แรงม้า พร้อมการกระจายนํ้าหนักหน้าหลัง 40/60
“ฮูราแคน อีโว เรียวีลไดร์ฟ” ออกแบบชุดแอโรไดนามิกให้แตกต่างจากรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยการติดตั้งลิ้นกันชนหน้า และครีบแนวตั้งภายในช่องดักลมขนาดใหญ่ด้านหน้า ส่วนกันชนหลังสีดำไฮกลอส ติดตั้งเข้ากับดิฟฟิวเซอร์ ที่ออกแบบมาสำหรับรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ
ล้อขนาด 19 นิ้ว ประกบยาง Pirelli P Zero เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แต่ลูกค้าสามารถเลือกล้อขนาด 20 นิ้ว และเบรกคาร์บอนเซรามิกเป็นออพชันได้
สมรรถนะจากเครื่องยนต์ วี10 ขนาด 5.2 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ ให้กำลังสูงสุด 610 แรงม้า ที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 560 นิวตัน-เมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังสู่ล้อหลังด้วยเกียร์ดูอัลคลัตช์ 7 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 3.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 325 กม./ชม. พร้อมโหมด launch control ให้สัมผัสอัตราเร่งสูงสุดเมื่อออกตัวจากการหยุดนิ่ง
เพื่อควบคุมฝูงม้ามหาศาล และเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ ยังใส่เทคโนโลยี Performance Traction Control System (P-TCS) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถลใหม่ โดยโหมด Strada จะลดการไถลของล้อหลัง และในโหมด sport จะส่งแรงไปล้อหลังในขณะกดคันเร่ง ช่วยให้รถสามารถดริฟต์ได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันหากรถมีการเปลี่ยนแปลงองศาด้านท้ายของตัวรถอย่างรวดเร็ว ระบบจะจำกัดการกระจายแรงบิดที่ส่งไปล้อหลังทันที ส่วนโหมด Corsa จะปรับแรงที่ส่งไปล้อหลังเพื่อป้องกันล้อหลังสลิปตอนกำลังเร่งออกจากโค้ง
ทั้งนี้ ระบบ P-TCS ยังช่วยให้รถออกจากโค้งได้เร็วขึ้น 20% และช่วยให้รถสไลด์ง่ายขึ้น 30% เมื่อเทียบกับ “ฮูราแคน เรียวีลไดร์ฟ” รุ่นเก่า
เรนาสโซ มอเตอร์ (ในเครือชาริช โฮลดิ้ง) ตัวแทนจำหน่ายและผู้ให้บริการหลังการขายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการ ตั้งราคา “ฮูราแคน อีโว เรียวีลไดร์ฟ” ไว้ 19.8 ล้านบาท
หน้า 16-17 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,558 วันที่ 19 - 21 มีนาคม พ.ศ. 2563






