
มุ่งสู่วิชัน 2030 Honda e : TECHNOLOGY
จากวิสัยทัศน์ 2030 ที่ฮอนด้าได้ประกาศออกมา หลักใหญ่ใจความนอกจากการเพิ่มยอดขายรถยนต์ในกลุ่มพลังงานไฟฟ้าให้เพิ่มขึ้นเป็น 2 ใน 3 ของยอดขายรวมทั้งหมดทั่วโลกแล้ว ยังมีเรื่องของความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือ และตอบสนองผู้คนด้วยการนำเสนอคุณค่าใหม่ของเทคโนโลยีการเดินทาง ผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์, รถยนต์, เครื่องยนอเนกประสงค์ และเครื่องบินเจ็ต
แนวทางดังกล่าวถูกตอกยํ้าและนำเสนอผ่านงาน “โตเกียว มอเตอร์ โชว์ 2019” ซึ่งฮอนด้าเชื่อเสมอว่างานนี้จะเป็นเวทีที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น ในการสื่อสารจุดแข็งและคุณค่าใหม่ที่ชาวญี่ปุ่นเท่านั้นที่จะทำได้ไปยังผู้คนทั่วโลก
“เราหวังว่าผู้บริโภคจะให้ความสนใจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จัดแสดงในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่จะกำหนดทิศทางอนาคต นอกจากนั้นแล้วเรายังต้องการแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์เพื่อการเดินทางของฮอนด้าจะสามารถช่วยเพิ่มเติมความสุขในการเดินทาง (joy of mobility) และเพิ่มศักยภาพในการใช้ชีวิต (life’s potential) ของเราได้อย่างไร” นายทาคาฮิโระ ฮาจิโกะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าว
ทาคาฮิโระ ฮาจิโกะ
ผลิตภัณฑ์ที่ฮอนด้าได้นำมาจัดแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาตามแนวทางวิสัยทัศน์ 2030 โดยมีหัวใจหลักคือ e:TECHNOLOGY
“เราคิดค้นยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ามามากกว่า 20 ปีจนถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกันได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นแหล่งสร้างไฟฟ้าและพลังงาน เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (generator) และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ต่างๆ (general purpose engine) นอกจากนี้ยังได้นำเสนอเทคโนโลยีที่ช่วยเชื่อมต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้วยพลังงานและพลังงานไฟฟ้า เช่น Power Exporter 9000 ที่ทำให้อุปกรณ์เชื่อมต่อไฟฟ้าได้โดยใช้พลังงานจากยานยนต์ และฮอนด้า
โมบายล์ พาวเวอร์แพ็ค (Honda Mobile Power Pack) แบตเตอรี่แบบพกพาและสับเปลี่ยนได้ ซึ่งช่วยให้ผู้คนสามารถพกพาพลังงานไฟฟ้าติดตัวได้ ด้วยเทคโนโลยีทั้งหมดเหล่านี้ทำให้ฮอนด้าสามารถสร้างวัฏจักร “การผลิตพลังงาน...การใช้พลังงาน...และการเชื่อมต่อกับพลังงาน” ขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ฮอนด้าจะพัฒนาวัฏจักรนี้ให้ดียิ่งขึ้น โดยเชื่อมต่อเทคโนโลยีแห่งการเดินทางเข้ากับชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งนี้เพื่อสร้างสังคมปลอดมลพิษเกิดขึ้นได้จริง”
สำหรับ e:TECHNOLOGY จะถูกสื่อสารผ่านผลิตภัณฑ์ อาทิ ในกลุ่ม รถยนต์ พระเอกยังคงเป็น ระบบไฮบริดที่มาพร้อมมอเตอร์ 2 ตัวประสิทธิภาพสูงและให้อัตราการประหยัดนํ้ามันที่ดี ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์และใช้กับรถยนต์ขนาดเล็กได้เช่นกัน ซึ่งภายใต้ Honda e:TECHNOLOGY ฮอนด้ามีชื่อ e:HEV ซึ่งเป็นชื่อสำหรับรถยนต์ไฮบริดยุคใหม่ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเป็นหลัก ที่หมายรวมถึง ฮอนด้า ฟิต ใหม่ (All-new Fit) ที่ได้เผยโฉมในงานนี้เป็นครั้งแรกของโลก เช่นเดียวกับ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ (All-new Accord) ที่จะเปิดตัวในตลาดญี่ปุ่นช่วงต้นปีหน้า
ภายใต้เทคโนโลยีใหม่จะถูกสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้และสร้างความน่าสนใจให้ e:HEV ซึ่งจะเข้าสู่ตลาดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ โดย e:HEV จะเป็นพลังขับเคลื่อนหลัก ให้ฮอนด้าพัฒนายานยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเป็น 2 ใน 3 ของยอดจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั่วโลก ภายในปี 2030 (2573)
ส่วนรถยนต์ EV ในปี 2020 จะเริ่มจำหน่าย ฮอนด้า อี (Honda e) ในญี่ปุ่น โดยรถรุ่นใหม่ถูกพัฒนาจากวิสัยทัศน์และการคาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า รถยนต์จะเป็นอย่างไร
สำหรับ ฮอนด้า อี ทำงานร่วมกับระบบชาร์จและป้อนกระแสไฟฟ้า (charging and feeding system) ที่ผู้ใช้สามารถสัมผัสประสบการณ์จริงของการแลกเปลี่ยนพลังงาน และฮอนด้า อี ยังมาพร้อมกับระบบ Honda Personal Assistant ที่ทำงานด้วยเทคโนโลยี AI ซึ่งได้รับการพัฒนาให้สามารถตอบสนองสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการ และข้อมูลที่เหมาะสมให้แก่ผู้ใช้
ไฮไลต์ของฝั่งจักรยานยนต์ ฮอนด้าจะพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าภายใต้ Honda e:TECHNOLOGY โดยเน้นไปที่รถจักรยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ในการให้บริการขนส่ง (Delivery) รถสกูตเตอร์ไฟฟ้า เบนลี่ อี (Benly e:) และจีโร่
อี (Gyro e:) รถสกูตเตอร์ไฟฟ้า 3 ล้อขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าโมบาย พาวเวอร์แพ็กแบตเตอรี่แบบพกพาและสับเปลี่ยนได้ ซึ่งสามารถสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ที่จุดขนส่ง พร้อมวางขายกลางเดือนมกราคมปีหน้า
ถือเป็นไฮไลต์ที่นำเสนอแนวทางที่จะปูพรมไปสู่อนาคตยุคใหม่จากค่ายฮอนด้า ที่มิใช่แค่เพียงรถยนต์ แต่หมายรวมถึงรถจักรยานยนต์ เครื่องยนต์อื่นๆ งานนี้ต้องรอดูว่าวิชัน 2030 ที่ได้วางไว้ จะไปถึงฝันหรือไม่ แต่ที่แน่ๆหากนับรวมเฉพาะยอดขายรถที่มาจากกลุ่มไฮบริด ก็มีกว่า 2.6 ล้านคันทั่วโลกในระยะเวลา 20 ปีแล้ว
ฮอนด้า ฟิต/แจ๊ซ
ฮอนด้า ฟิต หรือชื่อในการทำตลาดเมืองไทยว่า แจ๊ซ ถูกแนะนำในปี 2001 ถือเป็นโกลบัลโมเดลที่ประสบความสำเร็จ ทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก ด้วยยอดขายสะสมกว่า 7.5 ล้านคัน และในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2019 ฮอนด้าเปิดตัว “ฟิต โฉมใหม่”
ฮอนด้า ฟิต ใหม่ (All-new Fit) เจเนอเรชันที่ 4 ปรับโฉมแบบเต็มรูปแบบ ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย และคงเอกลักษณ์การจัดวางถังน้ำมันไว้ตรงกลาง และเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่สามารถพับและปรับเปลี่ยนเพื่อตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
ส่วนขุมพลังที่เปิดเผยในตอนนี้ จะมีรุ่นไฮบริดที่มาพร้อมระบบมอเตอร์ไฮบริด 2 ตัว ขนาดกะทัดรัด แต่ให้ประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นกว่าระบบเดิม
สำหรับเมืองไทย คาดว่าจะขึ้นไลน์ประกอบและทำตลาดในปี 2563 ประเดิมด้วยขุมพลัง 3 สูบ 1.0 ลิตร เทอร์โบ
หน้า 28-29 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,518 วันที่ 31 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562






