
GSแบตเตอรี่บุกเมียนมา
ยีเอส แบตเตอรี่บุกเมียนมาอุตฯยานยนต์เมียนมาร์เนื้อหอม สยาม ยีเอสแบตเตอรี่ เดินหน้าเปิดโรงงานด้วยกำลังการผลิต 7.6 หมื่นลูกต่อปี ตั้งเป้าเป็นเบอร์ 1
หลังจากรัฐบาลของเมียนมามีนโยบายสนับสนุนการลงทุน โดยเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในเศรษฐกิจพิเศษ 3 แห่ง ได้แก่ ทวาย, เจ้าผิ่ว และ ติลาวา พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ อาทิ ยกเว้นภาษีเงินได้ในช่วง 5 ปีแรก ,ลดหย่อนภาษีนำเข้าเครื่องจักรกล เครื่องมือต่างๆ และเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษ ติลาวา จะมีประเด็นสำคัญคือโครงสร้างการถือหุ้นที่นักลงทุนสามารถเป็นเจ้าของได้ 100% โดยไม่ต้องจับมือกับผู้ประกอบการในประเทศ
ด้วยเงื่อนไขที่จูงใจทำให้เหล่านักลงทุนต่างชาติเริ่มเข้าไปตั้งโรงงานในประเทศเมียนมาโดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็น ซูซูกิ, นิสสัน,ฮุนได,โตโยต้า และฟอร์ด ประกอบกับทิศทางหรือความต้องการรถใหม่ในเมียนมาเริ่มขยายตัว ดังจะเห็นจากตัวเลขจดทะเบียนในปี 2011 มีประมาณ 2.8 แสนคัน แต่ในปีที่ผ่านมาพบว่าตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 6.3 แสนคัน
“ตลาดรถยนต์ใหม่ในเมียนมาขยายตัวมาก และปัจจุบันมีนโยบายห้ามนำเข้ารถพวงมาลัยขวาเข้ามา เนื่องจากที่นี่ใช้พวงมาลัยซ้าย ถือเป็นนโยบายสกัดรถมือสองที่แต่เดิมเมียนมาจะนำเข้ามาจากญี่ปุ่น อีกทั้งนโยบายนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษของเมียนมาด้วยปัจจัยทั้งหมดนี้จึงทำให้ประเมินว่ายอดขายรถยนต์ใหม่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เราเล็งเห็นโอกาสและช่องทางขยายธุรกิจ จึงตัดสินใจลงทุนตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่เพื่อป้อนให้กับตลาดทดแทน (REM) และตลาดผู้ผลิต (OEM)” นายคณิต บุญนำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม ยีเอส แบตเตอรี่เมียนมา จำกัด กล่าวว่า
สำหรับโรงงานของสยาม ยีเอส แบตเตอรี่ เมียนมา ใช้เงินลงทุนประมาณ 330 ล้านบาท เริ่มเปิดขายแบตเตอรี่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีกำลังการผลิตรวม 7.6 หมื่นลูกต่อปี มีพนักงานทั้งสิ้น 31 คน มีสินค้าที่ทำตลาด 45 โมเดล มีทั้งแบบแบตเตอรี่ชนิดที่ไม่ต้องดูแลตลอดการใช้งาน (Maintenance Free Battery) และแบตเตอรี่ชนิดที่ต้องเติมนํ้ากลั่น รองรับทั้งรถยนต์,รถเพื่อการเกษตร รวมไปถึงใช้ต่อไฟฟ้าในครัวเรือน
“อนาคตความต้องการแบตเตอรี่ในเมียนมาร์จะเติบโต และเราตั้งเป้าหมายที่จะเป็นเบอร์ 1 ในการซัพพลายแบตเตอรี่ในตลาดนี้ ซึ่งเบื้องต้นจะป้อนตลาดทดแทนก่อน และภายในปี 2563 จะรุกตลาดโออีเอ็ม ส่วนกำลังการผลิตในตอนนี้ก็เดินเครื่องแล้วกว่า 70-80% โดยเราป้อนให้กับลูกค้าที่ใช้รถซูซูกิ ประมาณเดือนละ 1,000 ลูก หรือ ปีละ 1.2 หมื่นลูก”
ปัจจุบันมูลค่าตลาดแบตเตอรี่ในเมียนมามีประมาณ 1.2 ล้านลูกต่อปี แบ่งออกเป็น แบตเตอรี่ชนิดที่ต้องเติมนํ้ากลั่น 80% และอีก 20% เป็นแบตเตอรี่ชนิดที่ไม่ต้องดูแลตลอดการใช้งาน
“เราต้องมีการให้ความรู้กับตลาดในเมียนมาเกี่ยวกับแบตเตอรี่แบบเมนเทนแนนซ์ฟรี ส่วนเรื่องราคานั้นไม่ได้แตกต่างมากนักเมื่อเทียบกับแบบเติมนํ้ากลั่น ขณะที่การแข่งขันในตลาดแบตเตอรี่นั้นไม่ดุเดือด ลูกค้ามีแบรนด์ลอยัลตี ในส่วนของเรามีการรับประกันสินค้า 1 ปี มีการจัดงานร่วมกับตัวแทนจำหน่าย และมีเครือข่ายรีเทลที่กระจายอยู่หลายร้อยราย”
นอกจากแผนรุกในตลาดต่างประเทศแล้ว เร็วๆนี้ สยามยีเอสแบตเตอรี่ประเทศไทยกำลังทำแผน 5 ปี (2562 -2566 ) โดยคาดว่าจะมีการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งในปี 2562 คาดว่าจะผลิตแบตเตอรี่ได้ 4 ล้านลูก เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่ทำได้ 3.4 ล้านลูก โดยแบ่งออกเป็นการส่งออก 20-25% และป้อนตลาดในประเทศ 75-80%
“ปีนี้ตลาดส่งออกของเราดีมาก ทำให้ต้องเริ่มวางแผนงานการผลิต และที่น่าภาคภูมิใจคือเราส่งออกแบตเตอรี่กลับไปที่ประเทศญี่ปุ่นโดยปัจจุบันส่งไป 2 แสนลูกและในอนาคตจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่แผนการศึกษาเกี่ยวกับแบตเตอรี่อีวี หรือไฮบริดนั้นในญี่ปุ่นมีการศึกษาและมีเทคโนโลยีอยู่ แต่ในส่วนของประเทศไทยนั้นยังไม่มีแผนที่จะผลิตแต่อย่างใด”
หน้า 28-29 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,501 วันที่ 1-4 กันยายน 2562






