svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
thansettakij

ตลาดรถบรรทุกฟื้น มาตรการภาษีหมดฤทธิ์-วอลโว่ส่งยูดีรุ่นใหม่

01 มีนาคม 2561
ยอดขายรถบรรทุกปี 2561 ส่งสัญญาณฟื้นตัว “วอลโว่ กรุ๊ป”เล็งส่งรถใหม่แบรนด์ยูดี และชูเทคโนโลยีสร้างความคุ้มค่า พร้อมศึกษารถบรรทุก พลังไฟฟ้า ขณะที่เจ้าตลาด “อีซูซุ” ชู คิง ออฟ ทรัคส์ ฟีดแบ็กดี ดันยอดขายพุ่ง

ตลาดรถบรรทุกในปี 2560 ปิดตัวเลขยอดจดทะเบียนที่ 23,600 คัน ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2559 ที่ขายได้ 25,178 คัน เมื่อแบ่งยอดขายออกมาจะพบว่ารถบรรทุกขนาดใหญ่ลดลงประมาณ 5.1% จาก 17,172 คันในปี 2559 มาเป็น 16,293 คันเมื่อปีที่แล้ว ในขณะที่รถบรรทุกขนาดกลางลดลงมากถึง 8.7% จาก 8,006 คันในปี 2559 มาเป็น 7,307 คัน เมื่อปีที่แล้ว

ปัจจัยที่มีผลต่อยอดจดทะเบียนที่ลดลง เนื่องจากปี 2559 มีมาตรการลดหย่อนภาษี 2 เท่าสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถบรรทุก ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อก่อนหน้านั้น และแม้ว่าในปี 2560 มาตรการด้านภาษีจะยังคงลดลดหย่อน 1.5 เท่า แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำตัวเลขจดทะเบียนให้เทียบเท่ากับปีก่อนหน้านั้นได้ ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ อาทิ การใช้จ่ายจากภาคเอกชนที่ลดน้อยลง การใช้จ่ายของภาครัฐในโครงการก่อสร้างขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย

แม้ภาพรวมตลาดจะหดตัวลง แต่ในช่วงปลายปีแต่ละแบรนด์ต่างงัดแคมเปญ ชูบริการหลังการขาย เปิดตัวรถรุ่นใหม่ ทำให้ยอดขายโดยเฉพาะของแบรนด์ใหญ่ๆมีการเติบโต

MP32-3343-AA “ปีที่ผ่านมาเราทำยอดขายได้ 1,251 คัน โดยแบ่งเป็นวอลโว่ ทรัคส์ 365 คัน และยูดี ทรัคส์ 895 คัน ซึ่งผลการดำเนินงานดังกล่าวถือว่าดีกว่าตลาดรวมที่ลดลงกว่า 6.3% ส่วนรถมือ 2 ที่เราได้เริ่มทดลองทำทั้งแบรนด์ วอลโว่ และยูดี ฟีดแบ็กถือว่าดีขายได้กว่า 100 คัน ซึ่งเรากำลังเตรียมเซตอัพ ทีมงานยูสด์ ทรัคส์ ขึ้นมาเพื่อศึกษาและดูแลตลาดตรงนี้” นายกําลาภ ศิริกิตติวัฒน์ประธานกรรมการ บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศ ไทย) จํากัด ซึ่งเป็นผู้ผลิต และจัดจําหน่ายรถบรรทุกวอลโว่ ทรัคส์ และยูดี ทรัคส์ กล่าวและว่า

ขณะที่ตลาดรวมรถบรรทุกในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตประมาณ 5% เช่นเดียวกับเป้าหมายการขายของวอลโว่ กรุ๊ป ที่จะเติบโตมากกว่า 5% เนื่องจากแนวโน้มตลาดเริ่มส่งสัญญาณทางบวก ดังจะเห็นจากโครง การก่อสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ ที่ภาครัฐมีการเร่งมือให้เกิดขึ้น รวมไปถึงการจัดทำผังพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2561 ซึ่งนโยบายดังกล่าวได้รับความสนใจจากนักลงทุนจากต่างประเทศ

นายกำลาภ เปิดเผยว่า กลยุทธ์และแผนงานที่จะทำให้วอลโว่ไปสู่เป้าหมายที่วางไว้นั้น ประกอบไปด้วย แผนงานด้านผลิตภัณฑ์ใหม่จะมีการเปิดตัวรถบรรทุกใหญ่แบรนด์ยูดี ส่วนวอลโว่นั้นยังไม่มีรุ่นใหม่ แต่จะเป็นการใส่แพ็กเกจเทคโนโลยีเข้าไป นอกจากนั้นแล้วจะมอบโซลูชันในการขนส่งที่คุ้มค่าและสร้างกำไรสูงสุดให้กับลูกค้า ยกตัวอย่าง เลือกรถที่ถูกประเภทการใช้งานของลูกค้า, มีไดรเวอร์ เทรนเนอร์ แบบตัวต่อตัว ให้กับลูกค้าที่มาทดลองขับขี่ ,มีบริการนัดหมายตรวจเช็กเพื่อให้ลูกค้านำรถเข้ามารับบริการหลังการขาย ซึ่งในระหว่างนี้ได้ทดลองวางระบบ คาดว่าจะได้ใช้ภายในไตรมาสแรก

แบนเนอร์รายการฐานยานยนต์-5-503x69 ส่วนการทำตลาดรถบรรทุกไฟฟ้า 100 % ที่บริษัทแม่ประกาศออกมาก่อนหน้านั้น ตอนนี้ได้นำมาทดลองวิ่งในประเทศสวีเดน พร้อมขายในปี 2562 และตลาดที่จะได้ใช้รถประเภทนี้ก่อนคือยุโรป ด้านตลาดประเทศไทย นายกำลาภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเบื้องต้นต้องศึกษาถึงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน หลังจากนั้นจะคำนวณต้นทุนทั้งหมดว่าคุ้มค่าหรือเหมาะสมหรือไม่ มีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด

นางสาววิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว รองประธานกรรมการฝ่ายการตลาดและงานสนับสนุนการขายบริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันธุรกิจรถบรรทุกกําลังเผชิญกับความท้าทายการเปลี่ยน แปลงทางด้านเทคโนโลยี เช่นเดียวกับธุรกิจมากมาย โดยเฉพาะยานยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งวอลโว่ กรุ๊ป ได้ให้ความสําคัญ ต่อเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ดังจะเห็นจากการเปิดตัวรถบรรทุกที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ที่สวีเดน

“รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า 100% จะได้เห็นในยุโรปก่อน ซึ่งถือเป็นการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับโลก เทคโนโลยียานยนต์ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ย่อมจะมีผลต่อการพิจารณาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สําหรับตลาดประเทศไทยด้วย ส่วนคู่แข่งในกลุ่มรถบรรทุกด้วยกัน ก็เริ่มมีการศึกษาและพัฒนารถประเภทดังกล่าวออกมาเช่นเดียวกัน”

นายกำลาภ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จะยังไม่มีรถบรรทุกไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในไทย แต่วอลโว่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีต่อเนื่อง เช่นการนำเทเลเมติกส์เข้ามาช่วยบอกข้อมูลการขับขี่และตัวรถ และเร็วๆนี้จะเปิดตัวเชฟตี้ แพ็กเกจติดตั้งจีพีเอส,เอบีเอส และเทคโนโลยีต่างๆเข้าไปในรถบรรทุก

ส่วนผู้นำตลาดอย่างอีซูซุ ในปีที่ผ่านมียอดขายเติบโตเช่นเดียวกัน โดย นาย โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า ยอดขายรถบรรทุกของอีซูซุในปี 2560 ทำได้ 14,385 คัน เพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับปี 2559 ที่ทำได้ 14,306 คัน ซึ่งยอดขายที่เติบโตเป็นผลมาจากการเปิดตัวรถใหม่ อีซูซุ คิง ออฟ ทรัคส์

ขณะที่ทิศทางตลาดรถบรรทุกในปี 2561 คาดว่าจะเติบโตไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะไม่มีมาตรการเรื่องภาษีมาจูงใจ และแม้จะมีโครงการเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆของรัฐที่เริ่มเดินหน้า ส่วนเป้าหมายของอีซูซุในปีนี้ยังคงเติบโต และเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาด

“มาตรการภาษีมีผลกับการซื้อรถของลูกค้ามาก โดยตัวเลขตลาดรวมของรถบรรทุกที่เรามีพบว่าปี 2559 เทียบกับปี 2560 ยอดขายหายไป 4.4% แต่สำหรับอีซูซุ เนื่องจากเรามีรถรุ่นใหม่ ทำให้ยอดขายยังคงเติบโต” นายมาเอคาวะ กล่าว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,343 วันที่ 25 - 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว