
2 เอสยูวีที่สุดของโลก ซูเปอร์แรง-อัครความหรู
ถ้าคุณมีเงิน 20-30 ล้านจะเอาไปทำอะไร? หลายคนวาดฝันถึงบ้านหลังใหญ่ ใช้ชีวิตหรูหรา ขับรถยนต์ที่แสดงออกถึงฐานะทางสังคม แต่เชื่อเถิดว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ยอมจ่ายเงินจำนวนนี้เพื่อแลกกับรถยนต์คันเดียว (แล้วเงินในบัญชีเขาจะมีเท่าไหร่กัน?)
ในยุคเอสยูวีเบ่งบาน ค่ายรถยนต์ไหนไม่มีรถประ เภทนี้ทำตลาดถือว่าเสียโอกาสทางธุรกิจ ในปี 2560 เมืองไทยเพิ่งเปิดตัวของเอสยูวีระดับไฮเอนด์อย่าง “เบนท์เลย์ เบนเทย์ก้า” ราคา 24.5 ล้านบาท จากนั้นช่วงปลายปีตลาดโลกก็ได้ตอบรับ “ลัมโบร์กินี ยูรุส” ซูเปอร์เอสยูวีที่เคลมว่าแรงที่สุดในโลก (ล้ม“เบนเทย์ก้า”ไปเรียบร้อย) ด้วยความเร็วสูงสุด 305 กม./ชม. ซึ่งเข้ามาเมืองไทยราคาคงไม่ตํ่ากว่า 20 ล้านบาท
สำหรับ “เบนเทย์ก้า” วางเครื่องยนต์เบนซิน บล็อก W12 สูบ ขนาด 6.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 608 แรงม้า ที่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 900 นิวตัน-เมตร ที่ 1,350 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 4.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 301 กม./ชม.
การออกแบบประณีต หรูละเอียดทุกซอกมุม ตัวรถใช้การประกอบด้วยฝีมือแรงงานจากเมือง ครูว์ ประเทศอังกฤษ ภายนอกสง่างาม ส่วนภายในตกแต่งด้วยวัสดุชั้นดีทั้ง งานโลหะ ลายไม้ และหนังแท้
โดยเบาะนั่งของเบนเทย์ก้า ผู้เชี่ยวชาญของเบนท์เลย์จะเลือกหนังวัวคุณ ภาพเยี่ยมที่มีแหล่งกำเนิดมาจากทวีปยุโรปในเขตอาการหนาวเย็น ผ่านการตากแดดตามธรรมชาติและจะไม่พิมพ์ลาย โดยลูกค้าสามารถเลือกได้ 15 สี ทั้งยังมาพร้อม ระบบอุ่น และระบบระบายอากาศ
ด้านหลังคาพาโนรามิกยาวเต็มหลังคา สามารถปล่อยให้แสงแดดตกลงบนพื้นผิวของวัสดุภายในห้องโดยสาร สะท้อนรายละเอียดของชิ้นงานต่างๆได้อย่างมีมิติ ขณะที่หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับระบบนำทางพร้อมหน่วยความจำขนาด 60GB ส่วนผู้โดยสารด้านหลังสามารถควบคุมฟังก์ชันความบันเทิงต่างๆด้วยแท็บเลตขนาด 10.2 นิ้ว ที่เคลื่อนย้ายได้ พร้อมระบบปฏิบัติการ Android และการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถเลือกเครื่องเสียงจากNaim ได้เป็นออพชัน ด้วยกำลังขับขนาด 1,950 วัตต์ สูงสุดในรถระดับเดียวกันพร้อมลำโพง 18 ตัวและลำโพงเสียงแหลมพิเศษ super-tweeters
สำหรับ“เบนท์เลย์ เบนเทย์ก้า” เริ่มทยอยส่งมอบให้แก่ลูกค้าชาวไทยแล้ว และด้วยความพิเศษทั้งรถและราคา 24.5 ล้านบาท ยอดขายต่อปีก็ยังคงอยู่ในระดับเลขตัวเดียว
ด้านกระทิงเปลี่ยว “ลัมโบร์กินี” เปิดตัวเอสยูวีรุ่นที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ โดยใช้ชื่อว่า “ยูรุส” (ชื่อกระทิงสายพันธุ์โบราณ)
ด้วยตัวถังยาว 5,112 มม. กว้าง 2,016 มม. สูง 1,638 มม. ระยะฐานล้อ 3,003 มม. นํ้าหนักตัว 2,200 กิโลกรัม ประกบล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว เป็นมาตรฐาน และมีขนาด 23 นิ้วเป็นออพชัน ขณะที่แชสซีส์ทำมาจากวัสดุผสมระหว่างอะลูมิเนียมและเหล็กกล้าโดย “ลัมโบร์กินี” เคลมว่านี่เป็นเอสยูวีที่มีอัตราส่วนนํ้าหนักต่อแรงม้าดีที่สุดในโลกที่ 3.38 กิโลกรัมต่อแรงม้า
เครื่องยนต์ วี8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 650 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 850 นิวตัน-เมตร ที่ 2,250-4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยอัตโนมัติ 8 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 3.6 วินาที และ 0-200 กม./ชม. 12.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 305 กม./ชม. พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาที่ในสถานการณ์ปกติจะกระจายกำลังไปยังล้อหน้า/หลัง ในสัดส่วน 40/60 แต่สามารถแปรผันไปยังล้อคู่หลังได้สูงสุด 87.5% และคู่หน้าสูงสุด 70%
ด้านการขับขี่ปรับได้ 6 โหมด คือแบบทั่วไปของซูเปอร์คาร์ของลัมโบร์กินี Strada Sport Corsa แต่จะเพิ่มโหมด Neve (หิมะ) Terra (ออฟโรด) และ Sabbia (ทราย) ซึ่งใน 3 โหมดหลัง ตัวรถสามารถยกสูงขึ้นได้จากช่วงล่างแบบถุงลมเพื่อเพิ่มความสามารถในการบุกตะลุย
ลัมโบร์กินี ยูรุส เปิดราคา 2 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนการขายในยุโรปตั้งไว้ 1.71 แสนยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 6.64 ล้านบาท ส่วนเมืองไทยเตรียมนำเข้ามาเปิดตัวภายในปีนี้ คาดว่าราคาเกิน 20 ล้านบาทแน่นอน
...นั่นเป็น 2 เอสยูวีที่เป็นที่สุดของโลก ทั้งด้านความหรูและความแรงในปัจจุบัน ส่วนค่ายรถยนต์ยุโรปแบรนด์ดังที่ยังไม่มีรถประเภทนี้ทำตลาดอย่าง เฟอร์รารี่ แอสตัน-มาร์ติน และอัครยานยนต์ โรลส์-รอยซ์ เชื่อว่าคงได้เห็นการเปิดตัวภายใน 1-2 ปีนี้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,328 วันที่ 4 - 6 มกราคม พ.ศ. 2561
การออกแบบประณีต หรูละเอียดทุกซอกมุม ตัวรถใช้การประกอบด้วยฝีมือแรงงานจากเมือง ครูว์ ประเทศอังกฤษ ภายนอกสง่างาม ส่วนภายในตกแต่งด้วยวัสดุชั้นดีทั้ง งานโลหะ ลายไม้ และหนังแท้
ด้านหลังคาพาโนรามิกยาวเต็มหลังคา สามารถปล่อยให้แสงแดดตกลงบนพื้นผิวของวัสดุภายในห้องโดยสาร สะท้อนรายละเอียดของชิ้นงานต่างๆได้อย่างมีมิติ ขณะที่หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับระบบนำทางพร้อมหน่วยความจำขนาด 60GB ส่วนผู้โดยสารด้านหลังสามารถควบคุมฟังก์ชันความบันเทิงต่างๆด้วยแท็บเลตขนาด 10.2 นิ้ว ที่เคลื่อนย้ายได้ พร้อมระบบปฏิบัติการ Android และการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
สำหรับ“เบนท์เลย์ เบนเทย์ก้า” เริ่มทยอยส่งมอบให้แก่ลูกค้าชาวไทยแล้ว และด้วยความพิเศษทั้งรถและราคา 24.5 ล้านบาท ยอดขายต่อปีก็ยังคงอยู่ในระดับเลขตัวเดียว
ด้วยตัวถังยาว 5,112 มม. กว้าง 2,016 มม. สูง 1,638 มม. ระยะฐานล้อ 3,003 มม. นํ้าหนักตัว 2,200 กิโลกรัม ประกบล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว เป็นมาตรฐาน และมีขนาด 23 นิ้วเป็นออพชัน ขณะที่แชสซีส์ทำมาจากวัสดุผสมระหว่างอะลูมิเนียมและเหล็กกล้าโดย “ลัมโบร์กินี” เคลมว่านี่เป็นเอสยูวีที่มีอัตราส่วนนํ้าหนักต่อแรงม้าดีที่สุดในโลกที่ 3.38 กิโลกรัมต่อแรงม้า
ด้านการขับขี่ปรับได้ 6 โหมด คือแบบทั่วไปของซูเปอร์คาร์ของลัมโบร์กินี Strada Sport Corsa แต่จะเพิ่มโหมด Neve (หิมะ) Terra (ออฟโรด) และ Sabbia (ทราย) ซึ่งใน 3 โหมดหลัง ตัวรถสามารถยกสูงขึ้นได้จากช่วงล่างแบบถุงลมเพื่อเพิ่มความสามารถในการบุกตะลุย
ลัมโบร์กินี ยูรุส เปิดราคา 2 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนการขายในยุโรปตั้งไว้ 1.71 แสนยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 6.64 ล้านบาท ส่วนเมืองไทยเตรียมนำเข้ามาเปิดตัวภายในปีนี้ คาดว่าราคาเกิน 20 ล้านบาทแน่นอน
...นั่นเป็น 2 เอสยูวีที่เป็นที่สุดของโลก ทั้งด้านความหรูและความแรงในปัจจุบัน ส่วนค่ายรถยนต์ยุโรปแบรนด์ดังที่ยังไม่มีรถประเภทนี้ทำตลาดอย่าง เฟอร์รารี่ แอสตัน-มาร์ติน และอัครยานยนต์ โรลส์-รอยซ์ เชื่อว่าคงได้เห็นการเปิดตัวภายใน 1-2 ปีนี้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,328 วันที่ 4 - 6 มกราคม พ.ศ. 2561






