
ปอร์เช่ มาคันน์ เทอร์โบไปให้สุดกับ ‘เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพ็กเกจ’
เยือนสิงคโปร์ครั้งใด ผมมักจะตื่นตาตื่นใจทุกครั้งกับเกาะที่มีพื้นที่ประมาณจังหวัดภูเก็ต แต่ศิวิไลซ์ระดับมหานครในยุโรป หรือเรียกว่าเป็นประเทศที่ก้าวหน้าเกินเพื่อนในย่านอาเซียนแบบทิ้งไปหลายช่วงตัว
ช่วงที่ผมไปสัปดาห์ก่อน สิงคโปร์กำลังจัดงานฉลองวันชาติซึ่งเป็นวันประกาศเอกราชจากมาเลเซียมาครบ 52 ปี(9 ส.ค.)ฉะนั้นจะเห็นบ้านเรือนประดับธงชาติเต็มไปหมดครับ ห้างร้านมีโปรโมชันลดราคา อาหารในฟูดคอร์ตจัดเป็นชุดพิเศษ 5.2 ดอลลาร์(มีเกือบทุกร้าน) เพื่อวันสำคัญนี้โดยเฉพาะ
ตกเย็นมีขบวนพาเหรด การแสดงแสงสี ฝูงเครื่องบินรบออกมาโชว์ศักยภาพ และจุดพลุชุดใหญ่ช่วงคํ่า โดยใช้พื้นที่บริเวณอ่าวมาริน่าเป็นศูนย์กลางจัดงาน ผมมีโอกาสเห็นช่วงเวลาพิเศษนี้ เพราะบังเอิญต้องอยู่ขับ“ปอร์เช่มาคันน์” ตามคำเชิญของ“เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส” ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการในไทย
การขับ“มาคันน์ เทอร์โบ”คราวนี้ไม่ได้มาเล่นๆครับ เพราะแม่งาน “ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก” ตั้งใจนำรุ่นที่ติดตั้งชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ “เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพ็กเกจ” (Performance Package) มาให้ลอง
ความน่าสนใจของมาคันน์ เทอร์โบ เมื่อถูกเพิ่มชุดเพอร์ฟอร์แมนซ์ แพ็กเกจ เข้าไป จะรีดกำลังจากเครื่อง ยนต์ วี6 ขนาด 3.6 ลิตร เทอร์โบคู่ ได้มากขึ้นเป็น 440 แรงม้า (เพิ่มขึ้น 40 ตัว) ขณะที่แรงบิดมหาศาลระดับ 600 นิวตัน-เมตร (เพิ่มขึ้น 50 นิวตัน-เมตร) บริหารจัดการกำลังลงสู่ล้อด้วยเกียร์คลัตช์คู่ PDK 7 สปีด ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ 4.4 วินาที (เร็วขึ้น 0.4 วินาที) ด้านความเร็วสูงสุด 272 กม./ชม. (เพิ่มขึ้น 6 กม./ชม.) ที่ดูหวือหวาในโบร์ชัวร์ แต่แน่นอนว่าคุณไม่สามารถทำได้ หรือขยับเข้าไปใกล้ตัวเลขดังกล่าวเมื่อขับบนถนนในสิงคโปร์
ในย่านใจกลางเมืองเห็นกำหนดความเร็วไว้ 50 กม./ชม. บางโซนขับได้ถึง 70 กม./ชม. ส่วนความเร็วเต็มพิกัดบนทางด่วนไปได้ถึง 90 กม./ชม.
การใช้ถนนร่วมกับเจ้าของพื้นที่ไม่มีปัญหาครับ เพราะทุกคน(คัน)ดูเคร่งครัด มีระเบียบวินัยกันมาก ซึ่งผมว่าน่าจะเป็นจิตสำนึกบวกกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมค่าปรับอัตราสูง โดยคุณไม่สามารถไปเถียงกับหลักฐานจากกล้องตรวจจับความเร็วที่ติดอยู่ทั่วประเทศได้
อย่างไรก็ตามแม้ตัวเลขประสิทธิผลของมาคันน์ เทอร์โบ เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพ็กเกจ จะดูน่าเกรงขาม แต่เมื่อลองขับจริงๆตัวรถยังควบคุมได้สบาย ด้วยขนาดกะทัดรัดความยาว 4.7 เมตร บวกช่วงล่างที่มั่นคงหรือถูกปรับให้เตี้ยลง 15 มม. พร้อมล้อวงโต 21 นิ้ว ขับบนถนนดีๆในสิงคโปร์ ไม่ได้ดิบหรือกระด้างจนปวดตัวปวดตับอย่างที่จินตนาการไว้ (ส่วนช่วงล่างแบบถุงลมจะปรับระดับสูง-ตํ่าได้อีก 10 มม. เป็นออพชันที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม)
ปอร์เช่ยังปรับประ สิทธิภาพของระบบเบรก เพื่อให้มั่นใจว่าจะควบคุมความห้าวของขุมพลังได้อยู่มือ โดยใช้จานเบรกใหญ่ขึ้นเป็นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 390 มม. (ใหญ่ขึ้น 30 มม.) พร้อมคาลิปเปอร์เบรกแบบ 6 ลูกสูบ
ขณะที่ปลายท่อไอเสียคู่ฝั่งซ้าย-ขวา ไม่ได้ติดมาเท่ๆเท่านั้น เมื่อมาพร้อม “สปอร์ต โครโน แพ็กเกจ” ให้ผู้ขับกดเลือกโหมดสปอร์ต หรือ สปอร์ตพลัส ที่นอกจากปรับบุคลิกของระบบขับเคลื่อนและการควบคุมให้เร้าใจแล้ว ยังขยับเสียงของท่อไอเสียให้กระหึ่มมากขึ้นด้วย
ทั้งยังมั่นใจว่าเป็นเอสยูวีเต็มตัวด้วย ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Active all-wheel drive ที่จะส่งกำลังไปยังล้อคู่หลังเป็นหลัก แต่สามารถปรับกำลังให้ส่งไปล้อคู่หน้าตามสภาพการขับขี่ที่เปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ
สำหรับ “มาคันน์” ถือเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญที่สามารถชวนให้คนมาสัมผัสหรือเป็นเจ้าของสปอร์ตคาร์ชั้นดีในคราบเอสยูวีของปอร์เช่ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย อย่างปีที่แล้วขายไปทั่วโลก 9.56 หมื่นคัน เติบโต 16% เมื่อเทียบกับปี 2559 จากยอดขายปอร์เช่รวมทุกรุ่น 2.38 แสนคัน
รวบรัดตัดความ...คนไทยเป็นเจ้าของ “มาคันน์” ตัวเริ่มต้นที่วางเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ ได้ในราคา 5.99 ล้านบาท(ซึ่งจริงๆก็ขับดีมาก) ส่วนรุ่นเทอร์โบ เพอร์ฟอร์แมนซ์แพ็กเกจ เห็นที่สิงคโปร์ขายอยู่ 5 แสนดอลลาร์(รวมภาษี ซึ่งอัตราก็มหาโหดใกล้เคียงกับประเทศไทย) เมื่อคูณ 25 เข้าไปก็ตก 12.5 ล้านบาทเท่านั้นเองครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,288 วันที่ 17 -19 สิงหาคม พ.ศ. 2560
ช่วงที่ผมไปสัปดาห์ก่อน สิงคโปร์กำลังจัดงานฉลองวันชาติซึ่งเป็นวันประกาศเอกราชจากมาเลเซียมาครบ 52 ปี(9 ส.ค.)ฉะนั้นจะเห็นบ้านเรือนประดับธงชาติเต็มไปหมดครับ ห้างร้านมีโปรโมชันลดราคา อาหารในฟูดคอร์ตจัดเป็นชุดพิเศษ 5.2 ดอลลาร์(มีเกือบทุกร้าน) เพื่อวันสำคัญนี้โดยเฉพาะ
การขับ“มาคันน์ เทอร์โบ”คราวนี้ไม่ได้มาเล่นๆครับ เพราะแม่งาน “ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก” ตั้งใจนำรุ่นที่ติดตั้งชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ “เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพ็กเกจ” (Performance Package) มาให้ลอง
ในย่านใจกลางเมืองเห็นกำหนดความเร็วไว้ 50 กม./ชม. บางโซนขับได้ถึง 70 กม./ชม. ส่วนความเร็วเต็มพิกัดบนทางด่วนไปได้ถึง 90 กม./ชม.
อย่างไรก็ตามแม้ตัวเลขประสิทธิผลของมาคันน์ เทอร์โบ เพอร์ฟอร์แมนซ์ แพ็กเกจ จะดูน่าเกรงขาม แต่เมื่อลองขับจริงๆตัวรถยังควบคุมได้สบาย ด้วยขนาดกะทัดรัดความยาว 4.7 เมตร บวกช่วงล่างที่มั่นคงหรือถูกปรับให้เตี้ยลง 15 มม. พร้อมล้อวงโต 21 นิ้ว ขับบนถนนดีๆในสิงคโปร์ ไม่ได้ดิบหรือกระด้างจนปวดตัวปวดตับอย่างที่จินตนาการไว้ (ส่วนช่วงล่างแบบถุงลมจะปรับระดับสูง-ตํ่าได้อีก 10 มม. เป็นออพชันที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม)
ขณะที่ปลายท่อไอเสียคู่ฝั่งซ้าย-ขวา ไม่ได้ติดมาเท่ๆเท่านั้น เมื่อมาพร้อม “สปอร์ต โครโน แพ็กเกจ” ให้ผู้ขับกดเลือกโหมดสปอร์ต หรือ สปอร์ตพลัส ที่นอกจากปรับบุคลิกของระบบขับเคลื่อนและการควบคุมให้เร้าใจแล้ว ยังขยับเสียงของท่อไอเสียให้กระหึ่มมากขึ้นด้วย
ทั้งยังมั่นใจว่าเป็นเอสยูวีเต็มตัวด้วย ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Active all-wheel drive ที่จะส่งกำลังไปยังล้อคู่หลังเป็นหลัก แต่สามารถปรับกำลังให้ส่งไปล้อคู่หน้าตามสภาพการขับขี่ที่เปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ
รวบรัดตัดความ...คนไทยเป็นเจ้าของ “มาคันน์” ตัวเริ่มต้นที่วางเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ ได้ในราคา 5.99 ล้านบาท(ซึ่งจริงๆก็ขับดีมาก) ส่วนรุ่นเทอร์โบ เพอร์ฟอร์แมนซ์แพ็กเกจ เห็นที่สิงคโปร์ขายอยู่ 5 แสนดอลลาร์(รวมภาษี ซึ่งอัตราก็มหาโหดใกล้เคียงกับประเทศไทย) เมื่อคูณ 25 เข้าไปก็ตก 12.5 ล้านบาทเท่านั้นเองครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,288 วันที่ 17 -19 สิงหาคม พ.ศ. 2560






