thansettakij
thansettakij

ภาคอุตสาหกรรมเติมน้ำมันที่ปั๊ม เพราะจ๊อบเบอร์ขาดสภาพคล่องเติมสต๊อก

16 มี.ค. 2569 | 07:14 น.

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยในรายการ “ฐานทอล์ค” ทางเนชั่นทีวี 22 ว่า ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมไทยเริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

โดยเฉพาะการจัดหาน้ำมันผ่านระบบซื้อขายแบบ B2B ซึ่งต่างจากราคาขายปลีกหน้าปั๊มที่รัฐบาลยังตรึงราคาไว้ผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้เกิดช่องว่างราคาดีเซลประมาณ 11-12 บาทต่อลิตร และเริ่มเห็นบางโรงงานหันไปเติมน้ำมันผ่านปั๊มน้ำมันของประชาชน แม้จะยังเป็นเพียงส่วนน้อยก็ตาม

 

ตลาดน้ำมัน B2B ต้นทุนพุ่งจากสงคราม

กลไกการซื้อน้ำมันของภาคอุตสาหกรรมตามปกติจะรับซื้อจาก 'จ๊อบเบอร์' หรือผู้ค้าส่งน้ำมันรายย่อย ซึ่งรับมาจากผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ภายใต้มาตรา 7 ที่รับน้ำมันมาขายจากโรงกลั่นน้ำมันอีกที

"ในภาวะปกติ โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ซื้อน้ำมันจำนวนมากผ่านจ๊อบเบอร์เป็นหลัก จึงมีอำนาจต่อรองและมักได้ราคาต่ำกว่าราคาหน้าปั๊มซึ่งเป็นราคาค้าปลีก แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ ราคาน้ำมันก็พุ่งขึ้นตามกลไกตลาดโลกทันที ทำให้ต้นทุนของโรงกลั่น ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ และจ๊อบเบอร์ขยับขึ้นต่อเนื่องตามลำดับ"

ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ตรึงราคาดีเซลหน้าปั๊มไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรไว้ 15 วัน ส่งผลให้ราคาหน้าปั๊มต่ำกว่าราคาที่ภาคอุตสาหกรรมซื้อผ่านจ๊อบเบอร์ ซึ่งขณะนี้สะท้อนต้นทุนตลาดไปอยู่ที่กว่า 40 บาทต่อลิตรแล้ว ช่องว่างราคาที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นแรงจูงใจให้บางโรงงานส่งคนออกไปเติมน้ำมันหน้าปั๊ม

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

แม้เท่าที่ตรวจสอบจะยังเป็นเหตุการณ์ในวงจำกัด และเกิดจากความตื่นตระหนกไม่ต่างจากประชาชนทั่วไปที่เร่งเติมน้ำมันกักตุนเพราะกังวลว่าสงครามจะยืดเยื้อและราคาจะปรับสูงขึ้นอีก