
เปิดประตู “สวนแห่งอนาคต” พืชสวนโลกอุดรธานี ผสานพืชสวน–สายน้ำ–ปฐพี
นับถอยหลัง “พืชสวนโลกอุดรธานี” เปิดสวนองค์กร พาผู้มาเยือนสัมผัสโลกของพืชสวน นวัตกรรม ดิน และน้ำ ผ่าน 4 เรื่องราวสำคัญ ตั้งแต่การผลิตยุคใหม่ถึงความมั่นคงทางอาหารโลก
KEY
POINTS
- งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี พ.ศ. 2569 เตรียมเปิด "สวนแห่งอนาคต" ภายใต้แนวคิด "พืชสวน สายน้ำ ปฐพี สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน"
- สวนดังกล่าวจะนำเสนอเรื่องราวผ่าน 4 โซนหลัก ได้แก่ นวัตกรรมพืชสวน การจัดการน้ำอัจฉริยะ การฟื้นฟูผืนดิน และความมั่นคงทางอาหาร
- มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนภาพเกษตรยุคใหม่ที่ผสมผสานเทคโนโลยี นวัตกรรม และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าชม
นับถอยหลังสู่การเปิดฉากอย่างเป็นทางการของ "มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569" หมุดหมายสำคัญที่จะพาผู้มาเยือนออกเดินทางสู่โลกของพืชสวน นวัตกรรม ธรรมชาติ และแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ท่ามกลางบรรยากาศของจังหวัดอุดรธานีที่กำลังเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศและนานาชาติ
ตามรอย 13 สวนองค์กร เปิดโลกเกษตรผ่าน “สวนแรก”
หนึ่งในพื้นที่ที่น่าจับตามองภายในงาน คือ “สวนองค์กร” จากทั้งหมด 13 สวนองค์กรที่ร่วมถ่ายทอดแนวคิดและเรื่องราวผ่านงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 โดยสวนแรกที่ “ฐานเศรษฐกิจ” จะพาไปสัมผัส เกิดจากความร่วมมือของ สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย สมาคมดินปุ๋ยแห่งประเทศไทย และกรมวิชาการเกษตร บนพื้นที่ราว 500 ตารางเมตร
สวนแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดย นายดิเรก ตนพยอม อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถ่ายทอดแนวคิดผ่านการผสานองค์ความรู้ด้านพืชสวน ดิน และปุ๋ย เข้ากับมิติของการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง “พืช–ดิน–น้ำ–ผู้คน” เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ถ่ายทอดแนวคิดการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ผ่านองค์ประกอบของสวนที่ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสและเรียนรู้ได้ตลอดเส้นทาง
จากพืชสวน สายน้ำ สู่ชีวิตที่ยั่งยืน
รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สวนองค์กรแห่งนี้ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “พืชสวน สายน้ำ ปฐพี สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” (Horticulture, Water and Soil: Sustaining Life) เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของทรัพยากรพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่พืชสวนที่สร้างอาหารและรายได้ สายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิต ไปจนถึงผืนดินซึ่งเป็นรากฐานของการผลิต
เมื่อทั้ง 3 องค์ประกอบมาบรรจบกับองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม จะเกิดเป็นภาพของ “เกษตรยุคใหม่” ที่ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มผลผลิต หากยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และความมั่นคงทางอาหาร เพื่อส่งต่อทรัพยากรและโอกาสไปยังคนรุ่นต่อไป
นวัตกรรมพืชสวน พลิกโฉมอนาคต
ภายในสวน ผู้มาเยือนจะได้เดินทางผ่าน 4 เรื่องราวสำคัญ ที่ร้อยเรียงต่อกันเป็นภาพเดียวของ “ชีวิตที่ยั่งยืน” จุดเริ่มต้นคือ “นวัตกรรมพืชสวน พลิกโฉมอนาคต” ถ่ายทอดภาพการผลิตพืชสวนยุคใหม่ ตั้งแต่การปรับปรุงพันธุ์พืช เทคโนโลยีดิจิทัล เกษตรแม่นยำ ไปจนถึงระบบอัจฉริยะที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เรื่องราวในส่วนนี้สะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีไม่ได้อยู่ไกลจากภาคเกษตร แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ของเกษตรกรและภาคการผลิต
สายน้ำอัจฉริยะ สู่ความมั่นคงทางอาหารโลก
จากนั้นเดินทางต่อสู่ “สายน้ำอัจฉริยะ หล่อเลี้ยงชีวิต” ชวนมอง “น้ำ” ในมุมที่กว้างกว่าทรัพยากรธรรมชาติ เพราะน้ำคือหัวใจของการผลิตและการดำรงชีวิตที่ต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างแม่นยำ เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทตั้งแต่การติดตามคุณภาพน้ำ การควบคุมระบบให้น้ำ ไปจนถึงการจัดสรรน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทุกหยดเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของภาคการเกษตร
จากสายน้ำ ผู้มาเยือนจะเดินทางสู่ “ฟื้นฟูผืนดิน สร้างพลังแห่งแผ่นดิน” เรื่องราวของ “ดิน” ในฐานะรากฐานของการเกษตร ผ่านแนวคิดการปรับปรุงบำรุงดิน การเพิ่มอินทรียวัตถุ การใช้ชีววิธี และการจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสม เป้าหมายไม่ใช่เพียงทำให้ดินกลับมาอุดมสมบูรณ์ แต่คือการฟื้นคืนชีวิตให้ผืนดิน สามารถกักเก็บน้ำและธาตุอาหารได้ดีขึ้น และกลับมาเป็นฐานสำคัญของการผลิตพืชสวนคุณภาพในระยะยาว
ปลายทางของการเดินทางคือ “พืชสวนสร้างสุข สู่ความมั่นคงทางอาหารโลก” จุดที่ทุกองค์ประกอบถูกนำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน เมื่อนวัตกรรมช่วยยกระดับการผลิต สายน้ำได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และผืนดินได้รับการฟื้นฟูจนกลับมาอุดมสมบูรณ์ ผลลัพธ์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงผลผลิตทางการเกษตร แต่เชื่อมโยงไปถึงอาหารที่มีคุณภาพ รายได้ อาชีพ ความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของผู้คน
เดินชมสวน…แล้วมองเห็นอนาคต
เสน่ห์ของ “สวนองค์กร” จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงความงดงามของพื้นที่จัดแสดง หากแต่เป็นเสมือนพื้นที่ชวนผู้มาเยือนออกเดินทางไปพร้อมกับเรื่องราวของ “สวนแห่งอนาคต” มองเห็นความเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่ผืนดิน เมล็ดพันธุ์ การเพาะปลูก อาหารบนโต๊ะ ไปจนถึงวิถีชีวิตของผู้คน ทุกองค์ประกอบได้รับการถ่ายทอดผ่านบรรยากาศของสวนที่ผสานธรรมชาติ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ทำให้สวนแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดแวะชมสำหรับผู้สนใจด้านการเกษตรเท่านั้น แต่ยังเหมาะสำหรับครอบครัว นักท่องเที่ยว คนรักธรรมชาติ และผู้ที่ต้องการเปิดมุมมองใหม่จากมหกรรมพืชสวนระดับนานาชาติ
ภายในสวนยังเตรียมพบกับการนำเสนอพันธุ์พืชใหม่จากกรมวิชาการเกษตร รวมถึงผลงานจาก “อุดมการ์เด้น” “แอร์ออร์คิด” และพันธมิตรอีกหลายภาคส่วน พร้อมกิจกรรมสร้างประสบการณ์ตลอดการจัดงาน ทั้งการสาธิต การจัดแสดง และวงเสวนา ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านพืชสวนผ่านเรื่องราวที่เข้าใจง่ายและใกล้ตัว ขณะนี้การก่อสร้างสวนใกล้แล้วเสร็จ โดยคาดว่าจะเข้าสู่ขั้นตอนการจัดภูมิสถาปัตยกรรม ติดตั้งระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า และงานตกแต่งในช่วงต้นเดือนตุลาคม เพื่อเตรียมความพร้อมรับผู้มาเยือนเมื่อประตูสวนเปิดต้อนรับอย่างเป็นทางการ
รศ.ดร.พีระศักดิ์ กล่าวถึง เบื้องหลังความพร้อมของสวนแห่งนี้ เกิดจากความร่วมมือและการสนับสนุนของหลายภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างพื้นที่ให้มากกว่าสวนจัดแสดง แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และแรงบันดาลใจ ที่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสเรื่องราวของ “พืชสวน สายน้ำ และปฐพี” ผ่านมุมมองที่งดงามใกล้ตัว ก่อนเดินทางต่อไปสู่คำถามสำคัญว่า เราจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในวันนี้อย่างไร เพื่อส่งต่อโลกที่น่าอยู่ให้กับคนรุ่นต่อไป
นับถอยหลังสู่ “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” แล้วออกเดินทางมาสัมผัส “สวนแห่งอนาคต” ด้วยตัวเอง







