thansettakij
thansettakij
ครั้งแรก! มิติใหม่แห่งแสงสี Projection Mapping บนพื้นผิวองค์พระปฐมเจดีย์

ครั้งแรก! มิติใหม่แห่งแสงสี Projection Mapping บนพื้นผิวองค์พระปฐมเจดีย์

21 ส.ค. 69 | 11:44 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ส.ค. 69 | 11:54 น.

ภาพคุ้นตาขององค์พระปฐมเจดีย์กำลังเปลี่ยนไป เมื่อแสง สี และภาพเคลื่อนไหวจาก Projection Mapping ถูกฉายลงบนพื้นผิวองค์พระ ถ่ายทอดศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์นครปฐม เปิดภาพใหม่ของแลนด์มาร์กคู่เมืองในยามค่ำคืน

KEY

POINTS

  • นครปฐม มีการทดลองใช้เทคโนโลยี Projection Mapping ฉายภาพแสงสีและเรื่องราวบนพื้นผิวองค์พระปฐมเจดีย์เป็นครั้งแรก
  • เนื้อหาการฉายภาพมุ่งเน้นการถ่ายทอดเรื่องราวทางศาสนา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของจังหวัดนครปฐม
  • โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่โดยใช้แลนด์มาร์กเดิม และอาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจยามค่ำคืน

องค์พระปฐมเจดีย์ที่ตั้งตระหง่านเป็นศูนย์กลางของเมือง ถูกแต่งแต้มด้วยแสง สี และภาพเคลื่อนไหว ตั้งแต่ภาพที่เชื่อมโยงกับพระพุทธศาสนา ลวดลายศิลปวัฒนธรรมไทย สีสันของธงชาติ ไปจนถึงลวดลายประณีตที่เคลื่อนไปตามความโค้งขององค์พระเจดีย์

ทั้งหมดเกิดขึ้นผ่านเทคโนโลยี Projection Mapping ที่กำลังถูกทดสอบเพื่อใช้พื้นผิวขององค์พระปฐมเจดีย์เป็นพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของนครปฐมในอีกมิติหนึ่ง

แม้ภาพที่ปรากฏในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นการทดสอบ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ความพยายามนำ “แลนด์มาร์กเดิม” ที่มีคุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรม มาสร้าง “ประสบการณ์ใหม่” ด้วยเทคโนโลยี โดยไม่จำเป็นต้องสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ขึ้นมาอีกแห่ง

เปลี่ยนองค์พระปฐมเจดีย์เป็นพื้นที่เล่าเรื่อง

ครั้งแรก! มิติใหม่แห่งแสงสี Projection Mapping บนพื้นผิวองค์พระปฐมเจดีย์

หัวใจของโครงการไม่ได้อยู่เพียงการเปิดไฟหรือฉายภาพให้สวยงาม แต่เป็นการนำเรื่องราวของ ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของนครปฐม มาถ่ายทอดบนพื้นผิวสถาปัตยกรรมจริง

ความแตกต่างของ Projection Mapping คือ ภาพไม่ได้ถูกฉายลงบนจอสี่เหลี่ยม แต่ถูกออกแบบให้สัมพันธ์กับรูปทรงของอาคารหรือสถานที่นั้น ๆ

ครั้งแรก! มิติใหม่แห่งแสงสี Projection Mapping บนพื้นผิวองค์พระปฐมเจดีย์

เมื่อพื้นที่ฉายคือองค์พระปฐมเจดีย์ ภาพที่เกิดขึ้นจึงเปลี่ยนไปตามความโค้งขององค์พระและมุมมองของผู้ชม ทำให้สถานที่ที่ผู้คนคุ้นเคยเกิดภาพใหม่ขึ้นในแต่ละช่วงของการแสดง

จากภาพการทดสอบที่ปรากฏ มีทั้งภาพเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ลวดลายศิลปะไทย รูปแบบสีสันที่แตกต่างกัน รวมถึงลวดลายดอกไม้และองค์ประกอบทางวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนแนวทางการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการนำเสนอ “เรื่องของนครปฐม” มากกว่าการสร้างแสงสีเพื่อความตื่นตาเพียงอย่างเดียว

ท้องถิ่นนครปฐมร่วมเดินหน้าแนวคิด

ครั้งแรก! มิติใหม่แห่งแสงสี Projection Mapping บนพื้นผิวองค์พระปฐมเจดีย์

การทดสอบโครงการ Projection Mapping มี นายสมโชค พงษ์ขวัญ นายกเทศมนตรีนครนครปฐม ลงพื้นที่ร่วมติดตามการนำเทคโนโลยีฉายภาพ แสง และสีมาใช้กับองค์พระปฐมเจดีย์ พร้อมด้วย นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และ พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร

รวมถึง พันโท ดร.สินธพ แก้วพิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 2 และประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ร่วมชมและติดตามการทดสอบ

การเข้ามามีส่วนร่วมของทั้งจังหวัด ท้องถิ่น วัด และฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทำให้โครงการนี้มีมิติมากกว่าการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ เพราะพื้นที่ที่จะถูกนำมาใช้คือหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของนครปฐม

โจทย์จึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่าง ศรัทธา คุณค่าทางวัฒนธรรม เทคโนโลยี และการท่องเที่ยว

จาก “มาสักการะองค์พระ” สู่ประสบการณ์ยามค่ำคืน

อีกมิติที่น่าจับตาคือ หาก Projection Mapping ถูกพัฒนาจากการทดสอบไปสู่การจัดแสดงจริงและสามารถสร้างกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง อาจทำให้พฤติกรรมการท่องเที่ยวรอบองค์พระปฐมเจดีย์เปลี่ยนไป

ครั้งแรก! มิติใหม่แห่งแสงสี Projection Mapping บนพื้นผิวองค์พระปฐมเจดีย์

ที่ผ่านมา องค์พระปฐมเจดีย์เป็นจุดหมายสำคัญของผู้เดินทางมายังนครปฐมอยู่แล้ว แต่กิจกรรมแสงสีในช่วงค่ำสามารถเพิ่มเหตุผลให้คนเดินทางเข้าพื้นที่ในช่วงเวลาที่ต่างออกไป หรือเลือกใช้เวลาอยู่ในตัวเมืองนานขึ้น

ผลที่ตามมาไม่ได้จำกัดอยู่แค่จำนวนผู้ชมการแสดง แต่สามารถเชื่อมต่อไปยังร้านอาหาร ตลาด ร้านค้า ที่พัก และธุรกิจในพื้นที่โดยรอบ

จึงเป็นอีกโจทย์หนึ่งของนครปฐมว่า จะสามารถเปลี่ยน “คนที่มาชม” ให้กลายเป็น “คนที่ใช้เวลาและใช้จ่ายในเมือง” ได้มากน้อยเพียงใด

เทคโนโลยีปลุก “ทุนวัฒนธรรม” ให้มีชีวิตอีกครั้ง

สิ่งที่น่าสนใจจากปรากฏการณ์ครั้งนี้ คือ นครปฐมไม่ได้เริ่มต้นจากการสร้างแลนด์มาร์กใหม่ แต่กำลังทดลองใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มวิธีการสัมผัสกับแลนด์มาร์กที่เมืองมีอยู่แล้ว

องค์พระปฐมเจดีย์ยังคงคุณค่าของสถานที่ทางศาสนาและประวัติศาสตร์เช่นเดิม ขณะที่ Projection Mapping เข้ามาเพิ่มช่องทางในการสื่อสารเรื่องราวเหล่านั้นกับผู้ชมอีกกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับสื่อภาพและประสบการณ์ดิจิทัล

นี่จึงอาจเป็นภาพสะท้อนของการนำ “ทุนวัฒนธรรม” มาพบกับ “เทคโนโลยี” เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ให้กับเมือง

ไม่ใช่ด้วยการเปลี่ยนของเดิมให้กลายเป็นของใหม่ แต่เป็นการทำให้ผู้คนกลับมามอง “ของเดิม” ด้วยสายตาอีกแบบ

ครั้งแรก! มิติใหม่แห่งแสงสี Projection Mapping บนพื้นผิวองค์พระปฐมเจดีย์

ยังเป็นเพียงภาพทดลอง แต่เริ่มเห็นภาพเมืองแบบใหม่

อย่างไรก็ตาม ภาพ Projection Mapping ที่เห็นในขณะนี้ ยังเป็นเพียงขั้นตอนการทดสอบ รายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการจัดแสดงจริง Storyline ระยะเวลาการจัดงาน และกำหนดการอย่างเป็นทางการ ยังต้องติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แต่เพียงการทดสอบ ก็ทำให้เห็นความเป็นไปได้บางอย่างแล้วว่า เมื่อความศรัทธา ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีมาอยู่บนพื้นที่เดียวกัน ภาพจำของแลนด์มาร์กที่คุ้นเคยสามารถเปลี่ยนไปได้มากเพียงใด

และหากนครปฐมสามารถต่อยอดจากภาพที่กำลังทดลองอยู่ ให้กลายเป็นกิจกรรมที่มีเนื้อหา มีเอกลักษณ์ และเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจของเมืองได้จริง

Projection Mapping บนองค์พระปฐมเจดีย์ อาจไม่ได้เป็นเพียงมิติใหม่ของแสงสี แต่กำลังเปิดอีกมิติของการท่องเที่ยวนครปฐมในยามค่ำคืน