
ครั้งแรก! มิติใหม่แห่งแสงสี Projection Mapping บนพื้นผิวองค์พระปฐมเจดีย์
ภาพคุ้นตาขององค์พระปฐมเจดีย์กำลังเปลี่ยนไป เมื่อแสง สี และภาพเคลื่อนไหวจาก Projection Mapping ถูกฉายลงบนพื้นผิวองค์พระ ถ่ายทอดศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์นครปฐม เปิดภาพใหม่ของแลนด์มาร์กคู่เมืองในยามค่ำคืน
KEY
POINTS
- นครปฐม มีการทดลองใช้เทคโนโลยี Projection Mapping ฉายภาพแสงสีและเรื่องราวบนพื้นผิวองค์พระปฐมเจดีย์เป็นครั้งแรก
- เนื้อหาการฉายภาพมุ่งเน้นการถ่ายทอดเรื่องราวทางศาสนา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของจังหวัดนครปฐม
- โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่โดยใช้แลนด์มาร์กเดิม และอาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจยามค่ำคืน
องค์พระปฐมเจดีย์ที่ตั้งตระหง่านเป็นศูนย์กลางของเมือง ถูกแต่งแต้มด้วยแสง สี และภาพเคลื่อนไหว ตั้งแต่ภาพที่เชื่อมโยงกับพระพุทธศาสนา ลวดลายศิลปวัฒนธรรมไทย สีสันของธงชาติ ไปจนถึงลวดลายประณีตที่เคลื่อนไปตามความโค้งขององค์พระเจดีย์
ทั้งหมดเกิดขึ้นผ่านเทคโนโลยี Projection Mapping ที่กำลังถูกทดสอบเพื่อใช้พื้นผิวขององค์พระปฐมเจดีย์เป็นพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของนครปฐมในอีกมิติหนึ่ง
แม้ภาพที่ปรากฏในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นการทดสอบ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ความพยายามนำ “แลนด์มาร์กเดิม” ที่มีคุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรม มาสร้าง “ประสบการณ์ใหม่” ด้วยเทคโนโลยี โดยไม่จำเป็นต้องสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ขึ้นมาอีกแห่ง
เปลี่ยนองค์พระปฐมเจดีย์เป็นพื้นที่เล่าเรื่อง
หัวใจของโครงการไม่ได้อยู่เพียงการเปิดไฟหรือฉายภาพให้สวยงาม แต่เป็นการนำเรื่องราวของ ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของนครปฐม มาถ่ายทอดบนพื้นผิวสถาปัตยกรรมจริง
ความแตกต่างของ Projection Mapping คือ ภาพไม่ได้ถูกฉายลงบนจอสี่เหลี่ยม แต่ถูกออกแบบให้สัมพันธ์กับรูปทรงของอาคารหรือสถานที่นั้น ๆ
เมื่อพื้นที่ฉายคือองค์พระปฐมเจดีย์ ภาพที่เกิดขึ้นจึงเปลี่ยนไปตามความโค้งขององค์พระและมุมมองของผู้ชม ทำให้สถานที่ที่ผู้คนคุ้นเคยเกิดภาพใหม่ขึ้นในแต่ละช่วงของการแสดง
จากภาพการทดสอบที่ปรากฏ มีทั้งภาพเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ลวดลายศิลปะไทย รูปแบบสีสันที่แตกต่างกัน รวมถึงลวดลายดอกไม้และองค์ประกอบทางวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนแนวทางการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการนำเสนอ “เรื่องของนครปฐม” มากกว่าการสร้างแสงสีเพื่อความตื่นตาเพียงอย่างเดียว
ท้องถิ่นนครปฐมร่วมเดินหน้าแนวคิด
การทดสอบโครงการ Projection Mapping มี นายสมโชค พงษ์ขวัญ นายกเทศมนตรีนครนครปฐม ลงพื้นที่ร่วมติดตามการนำเทคโนโลยีฉายภาพ แสง และสีมาใช้กับองค์พระปฐมเจดีย์ พร้อมด้วย นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และ พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร
รวมถึง พันโท ดร.สินธพ แก้วพิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต 2 และประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ร่วมชมและติดตามการทดสอบ
การเข้ามามีส่วนร่วมของทั้งจังหวัด ท้องถิ่น วัด และฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทำให้โครงการนี้มีมิติมากกว่าการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ เพราะพื้นที่ที่จะถูกนำมาใช้คือหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของนครปฐม
โจทย์จึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่าง ศรัทธา คุณค่าทางวัฒนธรรม เทคโนโลยี และการท่องเที่ยว
จาก “มาสักการะองค์พระ” สู่ประสบการณ์ยามค่ำคืน
อีกมิติที่น่าจับตาคือ หาก Projection Mapping ถูกพัฒนาจากการทดสอบไปสู่การจัดแสดงจริงและสามารถสร้างกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง อาจทำให้พฤติกรรมการท่องเที่ยวรอบองค์พระปฐมเจดีย์เปลี่ยนไป
ที่ผ่านมา องค์พระปฐมเจดีย์เป็นจุดหมายสำคัญของผู้เดินทางมายังนครปฐมอยู่แล้ว แต่กิจกรรมแสงสีในช่วงค่ำสามารถเพิ่มเหตุผลให้คนเดินทางเข้าพื้นที่ในช่วงเวลาที่ต่างออกไป หรือเลือกใช้เวลาอยู่ในตัวเมืองนานขึ้น
ผลที่ตามมาไม่ได้จำกัดอยู่แค่จำนวนผู้ชมการแสดง แต่สามารถเชื่อมต่อไปยังร้านอาหาร ตลาด ร้านค้า ที่พัก และธุรกิจในพื้นที่โดยรอบ
จึงเป็นอีกโจทย์หนึ่งของนครปฐมว่า จะสามารถเปลี่ยน “คนที่มาชม” ให้กลายเป็น “คนที่ใช้เวลาและใช้จ่ายในเมือง” ได้มากน้อยเพียงใด
เทคโนโลยีปลุก “ทุนวัฒนธรรม” ให้มีชีวิตอีกครั้ง
สิ่งที่น่าสนใจจากปรากฏการณ์ครั้งนี้ คือ นครปฐมไม่ได้เริ่มต้นจากการสร้างแลนด์มาร์กใหม่ แต่กำลังทดลองใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มวิธีการสัมผัสกับแลนด์มาร์กที่เมืองมีอยู่แล้ว
องค์พระปฐมเจดีย์ยังคงคุณค่าของสถานที่ทางศาสนาและประวัติศาสตร์เช่นเดิม ขณะที่ Projection Mapping เข้ามาเพิ่มช่องทางในการสื่อสารเรื่องราวเหล่านั้นกับผู้ชมอีกกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับสื่อภาพและประสบการณ์ดิจิทัล
นี่จึงอาจเป็นภาพสะท้อนของการนำ “ทุนวัฒนธรรม” มาพบกับ “เทคโนโลยี” เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ให้กับเมือง
ไม่ใช่ด้วยการเปลี่ยนของเดิมให้กลายเป็นของใหม่ แต่เป็นการทำให้ผู้คนกลับมามอง “ของเดิม” ด้วยสายตาอีกแบบ
ยังเป็นเพียงภาพทดลอง แต่เริ่มเห็นภาพเมืองแบบใหม่
อย่างไรก็ตาม ภาพ Projection Mapping ที่เห็นในขณะนี้ ยังเป็นเพียงขั้นตอนการทดสอบ รายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการจัดแสดงจริง Storyline ระยะเวลาการจัดงาน และกำหนดการอย่างเป็นทางการ ยังต้องติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
แต่เพียงการทดสอบ ก็ทำให้เห็นความเป็นไปได้บางอย่างแล้วว่า เมื่อความศรัทธา ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีมาอยู่บนพื้นที่เดียวกัน ภาพจำของแลนด์มาร์กที่คุ้นเคยสามารถเปลี่ยนไปได้มากเพียงใด
และหากนครปฐมสามารถต่อยอดจากภาพที่กำลังทดลองอยู่ ให้กลายเป็นกิจกรรมที่มีเนื้อหา มีเอกลักษณ์ และเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจของเมืองได้จริง
Projection Mapping บนองค์พระปฐมเจดีย์ อาจไม่ได้เป็นเพียงมิติใหม่ของแสงสี แต่กำลังเปิดอีกมิติของการท่องเที่ยวนครปฐมในยามค่ำคืน







